Monthly Archives: April 2011

ความพยายามกับการจัดการความคาดหวัง

สงกรานต์นี้กลับมาบ้านที่สุรินทร์ ได้คุยถกประเด็นเรื่องราวต่างๆ กับแม่มากมาย วันนี้ได้ตกตะกอนเรื่องหนึ่ง คือ คำตอบของจุดร่วมระหว่างความพยายาม ความทะเยอทะยานกับความพอใจในสิ่งที่ตกมี การจัดการความผิดหวัง อยู่ที่ตรงไหน ที่ผ่านมาผมยังหาจุดร่วมไม่ได้ระหว่างสองสิ่งนี้

ฝ่ายคนที่มีความพยายาม ความมุ่งมั่น ก็จะบอกว่าคนเราเกิดมาทั้งทีต้องฝันให้ไกล แล้วพยายามไปให้ถึงมันให้ได้ ถ้าหากไม่ถึงอย่างน้อยสิ่งที่ได้พยายามไป ก็ทำให้เราได้มาไกลกว่า การไม่พยายามยอมแพ้ตั้งแต่แรก และพวกคอนเซป No pain no gain ต่างๆ ทางฝ่ายนี้จะมองแนวความคิดของอีกฝ่ายว่าเสียชาติเกิด

อีกฝ่ายจะมาทางสายศาสนาพุทธ บอกว่าชีวิตเราก็มีเพียงแค่นี้ ตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ แล้วเราจะพยายามไปทำไม ทำไปทำไม ทำสำเร็จแล้วได้อะไร ความสุขของชีวิตคือการไม่มีทุกข์ต่างหาก การมีความหวังอยากได้อะไร เป็นกิเลส ซึ่งนำมาสู่ความทุกข์ หากไม่ได้ดังหวัง

หลังจากผมได้คุยกับคุณแม่ผม ได้ข้อสรุปส่วนตัวออกมา ดังนี้ คือ

ในฝั่งของการเป็นฆราวาส การพยายามเป็นสิ่งที่ควรทำ เราควรพยายามด้วยเหตุผลเดียวกับที่ทางฝ่ายพยายามได้บอกเอาไว้ แต่สิ่งสำคัญคือ เราต้องเข้าใจตัวเรา ว่าสิ่งที่เราได้พยายามไปถึงนั้น เกิดจากตัวเราจริงๆ เป็นความต้องการหรือความจำเป็นของตัวเราจริงๆ ไม่ใช่เป็นความฝันที่สังคมหรือสิ่งแวดล้อมยัดเยียดให้ หรือเป็นความฝันตามกระแส เพราะถ้าหากไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ แล้วหละก็ สุดท้ายสิ่งที่ได้เมื่อเราทำสำเร็จ อาจจะไม่คุ้มกับความเสี่ยงต่อการสูญเสียเมื่อไม่สำเร็จก็ได้ และเมื่อได้พยายามแล้ว ก็ยังต้องเข้าใจด้วยว่ามันอาจจะมีโอกาสที่จะไม่สำเร็จ ต้องยอมรับได้เมื่อความพยายามไม่สัมฤษธิ์ผล

พอขบคิดได้ข้อสรุปเรื่องหนึ่ง ก็มาเกิดปัญหาอีกว่า แล้วเราจะแยกอย่างไรว่าสิ่งไหนคือ ความฝันของเรา สิ่งไหนคือความฝันของสังคมกันหละ ในเมื่อตัวเรา ความคิดเราก็เกิดจากการหล่อหลอมโดยสังคมนี่แหละ

ปัญหานี้ ผมมองว่าเป็นปัญหาที่เราต้องไปชั่งกันเอาเอง ว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใด แค่อยากจะเติมข้อมูลเข้าไปในกระบวนการคิดเพิ่มเข้าไปว่า ฝันของท่านมันคือสิ่งที่ท่านอยากได้จริงๆ หรือ

Advertisements