Monthly Archives: November 2008

อ่านเสร็จแล้ว ทำลายมันซะ

ไม่ได้เข้าโรงหนังมาพักใหญ่ สาเหตุเพราะช่วงที่ผ่านมาเป็นช่วงไร้หนังดูจริงๆ แต่หลังจากนี้แหละ คงงานเข้าขนานใหญ่ กับเหล่าหนังส่งท้ายปีทั้งหลาย

เริ่มด้วยเรื่องนี้ก่อน

Burn After Reading

เรื่องนี้ไปดูด้วยอิทธิพล ของเว็บนี้อย่างแท้จริง http://vreview.yarisme.com/blog.php?u=&md=post&id=1902&title=Burn+after+Reading+ ด้วยคะแนนสูงมากๆ จากทุกคนทำให้พลาดไม่ได้

และก็ไม่ทำให้ผิดหวัง

หนังเป็นเรื่องราวยุ่งวุ่นวายของคนในสังคมเพียงไม่กี่คนที่ต้องมาเกี่ยวข้องกันในลักษณะแปลกๆ นำไปสู่เนื้อเรื่องที่น่างงงวย และตลกขบขัน

เป็นหนังที่ไม่ยาว เพียงประมาณชั่วโมงครึ่งแต่ความเหนื่อยตอนดูจบราวกับหนังสองชั่วโมงกว่าเลยทีเดียว จากเนื้อหาที่ซับซ้อน และกวนมากๆ หนังมีการเสียดสีเหน็บแนมสังคมในเรื่องการมีชู้ สังคมที่มองคนแต่ภายนอก รวมไปถึงกัดจิ๊ก CIA ด้วย

ไม่รู้จะเล่ายังไงดีกับเรื่องนี้ บอกได้คำเดียวว่าต้องไปดูเองเท่านั้น ไม่ผิดหวังแน่นอน

Advertisements

สิ่งที่ได้จากการพรีเซนต์ความก้าวหน้า

วันนี้ได้พรีเซนต์ความก้าวหน้า Senior Project จากการตัดสินใจอะไรผิดพลาดบางอย่าง ทำให้ผลออกมาไม่ค่อยน่าพอใจเท่าไหร่ แต่ไม่เป็นไร เอาใหม่

แต่มีสิ่งนึงที่ได้เป็นของแถมจากงานนี้ เป็นการย้ำเตือนถึงสิ่งนึงที่แท็ปเคยรู้ แต่ได้ลืมใส่ใจมันไป ให้เอามามันกลับมาเก็บใส่ไว้ในใจ ระลึกเอาไว้ตลอดเวลาอีกครั้ง
สิ่งนั้นคือ

"Engineering = Design"

007

กลับมาอีกครั้งกับตัวละครเจ้าประจำหนังเงิน สายลับจากเกาะอังกฤษ James
Bond ในภาคที่ชื่อมาสไตล์เดียวกับ The Dark Knight
(ที่มีแต่ชื่อภาคไม่มีชื่อseries)

ก่อนไปดูได้ยินหลายเสียงมากบอกว่า ไม่สนุก งั้นๆ แต่ส่วนตัวแล้ว
ยังเชื่อใจกับซีรีส์บอนด์ยุคใหม่นี้อยู่
ก็เลยไม่พลาดที่จะต้องไปดูตั้งแต่วันแรกๆ

Quantum of Solace

ภาคนี้เป็นเนื้อหา 20 นาทีต่อมาจากตอนจบของตอน Casino Royale ที่บอนด์ต้องไล่ตามล้างแค้น องค์กร ที่ทำให้คนรักของเขาต้องจากไป

ส่วนตัวดูออกมาแล้วก็พอใจทีเดียว แต่มีคอมเมนต์ต่างๆ เป็นประเด็นๆ ดังนี้
– ฉากแอ๊คชั่นเยอะสะใจมาก ดูกันแล้วเหนื่อยเลยทีเดียว
บางคนอาจจะว่าฉากมันมึนๆ ส่ายๆ ตอนแรกแท็ปก็รู้สึกว่าดูไม่รู้เรื่อง
แต่พอลองใช้สมาธิมากขึ้นหน่อย ก็รู้สึกได้ว่า การตัดต่อฉากแอ๊คชั่นทำได้ดี
ดูรู้เรื่องมากทีเดียวถึงแม้ว่าจะตัดไปตัดมาเร็วขนาดนั้น
ในฉากแอ๊คชั่นภาคนี้ดูแล้วนึกถึง John McClane ขึ้นมาทีเดียว
– ดราม่าที่น้อยลงไป ส่วนนี้เห็นด้วยกับคุณ OncE UPoN’-‘a MaN ว่าบางทีเรื่องความแค้นมันก็ไม่ได้มีเหตุผลมีอารมณ์อื่นๆ มามายเท่าใดนักหรอก
– ปมเรื่อง หักเหลี่ยมหักมุมที่น้อยลงไป อันนี้เป็นจุดที่เห็นด้วย จริงๆ
หนังสามารถยาวกว่านี้ได้ ใส่รายละเอียดลงไปได้มากกว่านี้อีก
แต่ภาคนี้ออกแนวเหมือนเป็นภาคทางผ่าน ไปสู่ภาคต่อไป
(แต่เค้าก็แทนมาด้วยฉากบู๊ระห่ำเหล่านั้นนั่นไง)
– อุปกรณ์ไฮเทคลดลง ส่วนตัวไม่ได้ขัดใจกับเรื่องนี้ แค่ Sony Ericsson เครื่องนั้น ก็เทพเหลือหลายแล้ว

มีประโยคหนึ่งในเรื่อง ชอบมาก ไม่ได้เป็นประโยคเท่ๆ ไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาหลักมาเท่าไหร่ เป็นฉากที่ Mathis พูดกับ Bond จำเนื้อความได้ประมาณว่า
"ยิ่งเราอายุมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งยากที่จะแยกแยะคนดีกับคนชั่วได้มากเท่านั้น"

สำหรับคนที่กำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะไปดูหรือเปล่าก็ไม่ต้องคิดมาก ซีรีส์บอนด์ยังไงก็ ‘ต้องดู’ อยู่แล้วใช่ป่ะ 555

สะสางๆ

แย่แล้วๆ ไปดูหนังมา 5 เรื่องแล้วแหละ ที่ติดค้างกันไว้ ไม่ได้มาเขียน ไม่พูดพร่ำทำเพลง เริ่มกันเลยละกัน

E-Tim Tai Nae

เรื่องราวของชายคนหนึ่งที่มีอาชีพชกมวยโชว์และเป็นไกรทองในฟาร์มจรเข้ ต้องขึ้นชกบนสังเวียนใหญ่กับนักมวยชื่อดังโดยมีหญิงสาวญี่ปุ่นคนรักเป็นเดิมพัน

หนังก็มีมุกให้ขำเรื่อยๆ ตามความเป็นโน้ต อุดม ชอบตรงที่เก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ดี แต่ไม่ชอบตรงความมั่วของหนังที่ใส่โน่นนี่มาเต็มไปหมด และการเล่าเรื่องบางช่วงค่อนข้างอืด (และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ อาซึกะ ออกมาน้อยเกิน 🙂 )


Body of Lies

เป็นเรื่องราวของCIAหนุ่มคนหนึ่งที่ปฏิบัติงานอยู่แถบตะวันออกกลาง ที่การปฏิบัติงานทางกายไม่มีสิ่งใดเกินกำลังเขา แต่ความลำบากอยู่ตรงที่เขาต้องอยู่กับคำว่า ‘Lies’ ตลอดทั้งเรื่อง (ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวเอง)

หนังอาจจะไม่ค่อยประทับใจใครมากนัก เพราะส่วน action เป็นเพียงแค่น้ำจิ้มเล็กน้อยเท่านั้น แต่สำหรับคนที่ชอบหนังที่คิดเยอะๆ ลองสวมตัวเองอยู่ในบทที่ลีโอนาโด เป็นก็น่าจะสนุกไปกับการเผชิญกับ ‘Lies’ การจำใจต้อง ‘Lies’ และผลจากการ ‘Lies’ ของเขา

มีฉากนึงชอบมาก แต่ถ้าคนที่กลัวสปอยด์ก็ข้ามไปละกัน
เป็นฉากที่นางเอกถูกจับไป และผู้ร้ายต้องการแลกตัวกับพระเอก ซึ่งต้องให้พระเอกไปคนเดียว โดยคนร้ายให้พระเอกไปรอกลางทะเลซ้าย แล้วขับรถมา 5 คัน วิ่งวนรอบตัวพระเอกเป็นวงกลมจนฝุ่นขึ้นคลุ้งเต็มไปหมด และนำพระเอกขึ้นรถคันหนึ่งในนั้น แล้วแยกย้ายกันออกไป 5 ทิศทาง ทำให้ดาวเทียมที่จำภาพพระเอกอยู่ไม่สามารถติดตามพระเอกต่อไปได้ (ที่ชอบเพราะความเท่ห์ของวิธีการ และเป็นนัยแสดงให้เห็นด้วยว่าเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ก็ถูกแก้ได้ด้วยวิธีการพื้นๆ ไม่ต้องมีวิทยาการล้ำสมัย)
จบส่วนสปอยด์


Tropic Thunder

เป็นเรื่องของนักแสดงนำในกองถ่ายหนังสงครามซึ่งสร้างจากเรื่องจริง จับพลัดจับผลูต้องไปปฏิบัติการจริง ฟังแค่นี้ก็เริ่มได้กลิ่นไอความฮาแล้วใช่มั้ยหละ

เรื่องนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ติดตามแวดวงฮอลีวู้ดอย่างใกล้ชิด(ซึ่งแท็ปก็ไม่) เพราะมีการกัดจิกเรื่องราวต่างๆ มากมาย ถ้าได้ติดตามมาอย่างใกล้ชิดแล้วนั้นจะได้รับความฮาอย่างเต็มที่(เค้าบอกมาอีกที) แต่แค่มุกเท่าที่เหลือก็เพียงพอแล้วที่จะขำกว่า ‘อีติ๋มตายแน่’ มีมุกฮาๆ มากมาย หนังไร้สาระอย่างเต็มที่ คลีนในเรื่องลามก(ไม่เหมือนหนังตลกฝรั่งส่วนใหญ่) แต่เรื่องคำหยาบก็เยอะพอควร

เชียร์สุดๆ กับเรื่องนี้ ไม่รู้จะเล่ารายละเอียดยังไงอีกต้องไปดูกันเอง

notice : จากโปสเตอร์คนขวามือเราคนนั้น คนแสดง Ironman นะนั่น จำกันได้หรือเปล่า


Son of Rambow

เป็นความสัมพันธ์ของเด็กสองคน คนนึงมีปัญหาครอบครัวจนกลางเป็นเด็กก้าวร้าว อีกคนเป็นเด็กที่อยู่ในนิกายเบร็ธเรน ซึ่งห้ามเสพสิ่งบันเทิงต่างๆ แต่กลับจับได้มีโอกาสดู Rambow ภาคแรก เรื่องราวนำพาให้เด็กทั้งสองคนมาถ่ายหนังส่งประกวดกัน จึงเกิดเรื่องราวที่แสนประทับใจ

เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เชียร์อย่างมาก นานๆ ทีจะได้ดูหนัง Feel Good จากทางฝรั่งอย่างนี้ อารมณ์จะเหมือนกับได้ดูแฟนฉันของไทย มีประเด็นมามายให้พูดถึงให้ขบคิด ลองไปดูกันๆ


Coming Soon (โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต)

เรื่องราวของพนักงานโรงภาพยนต์ที่รับจ้างซูมหนังผีแล้ว ซึ่งหนังผีเรื่องนี้ไม่ใช่หนังผีธรรมดา

หนังนี่เนื้อหาไม่มีอะไรเล้ยยยย หลอก หลอนกันอย่างเดียว ถ้าคนหวังจะไปดูสิ่งอื่นๆ จากหนังผี GTH ก็คงต้องผิดหวังกับเรื่องนี้ แต่ถ้าจะเอาความหลอนแล้ว ก็เป็นเรื่องที่มีสิ่งนี้ให้ตอบสนองความต้องการกันได้ระดับหนึ่ง

ปล. สงสารพวกพนักงานโรงหนังมาก ตัวโรงหนังปกติก็หลอนพอดูแล้ว เจอเรื่องนี้เข้าไปอีก