Tag Archives: Singapore

RedDotRubyConf 2013 วันที่สอง

มีคนรวบรวมสไลด์และรูปจากงานไว้ที่นี่ครับ

ส่วนใครยังไม่ได้อ่านของวันแรก ทางนี้เลยครับ RedDotRubyConf 2013 วันแรก

วันที่สองของงาน RedDotRubyConf 2013 เริ่มต้นด้วย José Valim ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่ความสำเร็จเค้าไปไกลโข นอกจากที่เคยบรรยายไปแล้วใน โฆษณางาน RedDotRubyConf 2013 ล่าสุดนี้เค้ายังสร้างภาษาของตัวเองที่ชื่อว่า Elixir ซึ่งเป็นภาษาที่รันอยู่บน ErlangVM อีกด้วย

Photo 8-6-13 9 27 12 AM

หลังจากนั้นมีตัวแทนจากประเทศไทยอีกคนนึง @shr ที่เป็นตัวแทนคนเดียวของงานนี้ ที่ไม่พูดเรื่องทางเทคนิค

Continue reading

RedDotRubyConf 2013 วันแรก

และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง สำหรับงาน RedDotRubyConf 2013 ที่ได้โฆษณาไปก่อนหน้านี้ โฆษณางาน RedDotRubyConf 2013 ว่าปีนี้มี speaker ดังๆ มากมาย ผมได้บรรยายถึงความเทพของ speaker แต่ละท่านไปแล้วใน blog โฆษณานั้น จะไม่ขอพูดซ้ำอีกนะครับ

Photo 7-6-13 8 18 36 AM

Sticker ที่ได้จากงาน, @tenderlove และ @sikachu

Photo 7-6-13 9 59 16 PM

ความรู้สึกในปีนี้ต่างจากปีที่แล้ว พอสมควร ปีที่แล้ว ตั้งใจมาหาความรู้เต็มที่

Continue reading

โยนโน้ตบุ๊คเก่าทิ้ง

เมื่อวานนี้ เอาโน้ตบุ๊คเก่าอายุ 7 ปีไปทิ้ง ถึงแม้จะไม่ได้เปิดมันขึ้นมาใช้เป็นเวลานานแล้ว แต่จังหวะจะทิ้งลงถังก็รู้สึกใจแป้ว ๆ นิดหน่อย

เมื่อ 2 วันก่อนเปิดเครื่องขึ้นมาเตรียมไปทิ้ง พบว่าลง Mint ไว้อยู่ ก็ทำงาน zero fill main harddisk ไป แต่ได้ทำแค่รอบเดียวเพราะขี้เกียจเอาไปต่อกับเครื่องอื่น เนื่องจาก OS ใช้ไม่ได้แล้วหลังจากโดน zero fill

สถานที่ทิ้งคือ ศูนย์ Starhub ชั้น B2 Plaza Singapura โดยทาง Starhub เค้าไปต้ังถัง e-waste ไว้ตามศูนย์บริการกระจายไปทั่วประเทศ หาดูได้จากลิงค์นี้ http://www.starhub.com/corporate/csr/starhubgreenmovement.html ประทับใจมากครับ ถ้ามีโอกาสย้อนเวลากลับไปได้ตอนมาสิงคโปร์ใหม่ ๆ จะไปเป็นลูกค้า Starhub

ไปถึงก็เจอถังแบบนี้

Continue reading

โฆษณางาน RedDotRubyConf 2013

เนื่องด้วยรู้จักกับ Winston คนจัดงานเป็นการส่วนตัว และความอยากให้มีงานนี้ต่อๆ ไปเรื่อยๆ ขอเขียน blog ช่วยประชาสัมพันธ์หน่อยละกัน

อันนี้เป็นเว็บไซต์ของงานครับ RedDotRubyConf 2013

จริงๆ แล้วตัวงานก็มีความน่าสนใจในตัวมันเองอยู่ เนื่องด้วยมันเป็นงาน Ruby conference ที่ใกล้ไทยที่สุด รวมค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร การเดินทาง และตั๋วเข้างาน สามารถอยู่ได้ในงบ 15,000 บาท ส่วนใครจะถือโอกาสมาเที่ยวสิงคโปร์ด้วยก็ไม่ว่ากัน

งบระดับนี้หลายๆ คนอาจจะมองว่าค่อนข้างแพง สำหรับงาน 2 วัน แต่ช้าก่อนลองมาดูรายชื่อคนพูดกันครับ

Speaker ของงานปีนี้ผมถือว่าโหดมากๆ ครับ ลองมาไล่ดูรายคน

– Jim Weirich คนสร้าง rake ซึ่งเป็น build tool ที่เป็นมาตรฐานของ Ruby อยู่ในปัจจุบัน
– Josè Valim อยู่ใน top 5 ของ all-time contribution ของ Rails เป็นคนเขียน Devise gem สำหรับช่วงเรื่องการ authentication บน web ที่สะดวกมาก และเป็นคนเขียนหนังสือ Crafting Rails Applications
– Aaron Patterson นี่ก็ top 5 ของ all-time contribution อีกคน และเป็นคนเดียวในโลกที่เป็นทั้ง Rails core และ Ruby core ส่วนตัวผมชอบคนนี้เป็นพิเศษ ตามดูเค้าพูดอยู่ตลอดตามงานต่างๆ และชอบวิดีโอที่ Peepcode ไปจับเค้ามาน่ังเขียนโปรแกรมให้ดู เป็นคนที่มีอารมณ์ขันดีมาก
– Steve Klabnik 2011 Ruby Hero Award และคนเขียน drapper
– Akira Matsuda Ruby core และคนพูดเรื่อง Ruby 2.0 ที่งาน RubyConf 2012
– และ Prem Sichanugrist ความภาคภูมิใจของคนไทยเป็น Rails’s committer ทำงานอยู่ thoughbot ที่เป็นบริษัทที่เขียน gem ที่คน community Ruby ใช้กันอยู่มากมาย

จะเห็นได้ว่าได้คนเก่งๆ ใน Ruby community มาเยอะจริงๆ

อีกประเด็นนึงที่สำคัญสำหรับงานนี้ คือ เป็นโอกาสอันดีมากๆ สำหรับใครที่สนใจหางานทำที่สิงคโปร์ ผมเชื่อว่าจะต้องมีตัวแทนจากหลายๆบริษัทในสิงคโปร์และประเทศใกล้เคียง มาร่วมงานกันเป็นจำนวนมากแน่นอน และบริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่หาคนอยู่ครับ

ผมเคยเขียน blog ถึงงานเมื่อปีที่แล้วไว้ ใครสงสัยว่าบรรยากาศเป็นอย่างไร ลองไปอ่านกันดูได้ครับ

หากมีคำถามข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับงาน และการมางานที่สิงคโปร์ ถามผมมาได้นะครับทุกช่องทาง

และใครจะมาบอกด้วยครับ เดี๋ยวนัดเจอกันๆ 🙂

RedDotRubyConf 2012 วันที่ 2

ต่อจากเมื่อวันก่อนนะครับ RedDotRubyConf 2012 วันที่ 1

วันนี้ในช่วงเช้าเหมือนคนจะมาน้อย แต่พองานเริ่มไปซักหน่อยก็มากันถึง 80% – 90% เหมือนกัน หัวข้อที่พูดในวันนี้ก็มีดังนี้

  • Redis on Ruby โดย OBIE FERNANDEZ จาก DUE PROPS / HASHROCKET คนนี้เป็นคนเขียน The Rails 3 Way ครับ เค้าบอกว่าเค้าเริ่มใช้ Redis เป็นส่วนเสริม relational database แต่ก็มีแนวโน้มจะใช้มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเค้ารู้สึกว่ามันสะดวกกว่าที่เค้าต้องไปทำ migration กับ relational database อยากได้ data อะไรก็ทำได้รวดเร็ว เค้าใช้ไลบราลีช่วยในการ map ระหว่าง Redis key กับ object data ช่วยแก้ปัญหาการจัดการ namespace ของ key จำนวนมหาศาลได้เป็นอย่างดี
Imag0477
Imag0480
  • Git Secrets โดย ZACH HOLMAN จาก GITHUB คนนี้เป็นตัวแทนของ Github ไปพูดตามงานต่างๆ บ่อยมากทีเดียว เค้ามาแนะนำฟีเจอร์ต่างๆ ใน Github ที่ไม่ได้โปรโมท หรือคนไม่รู้จักเท่าไหร่ (ใครรู้บ้างว่าใช้ svn checkout ออกจาก github ได้) เค้าบอกว่ามีคนชอบมาถามว่าทำไมไม่มีปุ่มของฟีเจอร์โน้นนี้ เค้าเลยตอบว่าถ้า github มีปุ่มของทุกฟีเจอร์จะกลายเป็นเหมือนรูปในสไลด์ข้างล่างนี้ครับ  และก็พูดถึงฟีเจอร์ของ git ด้วย ชอบสไตล์การพูดของคนนี้ที่สุดเลยในงานนี้ หลังจากนั้นก็ไปขอสติกเกอร์เค้ามาประดับโน้ตบุ๊คหน่อย
Imag0526
Imag0491
  • `bundle install`: Y U SO SLOW โดย TERENCE LEE จาก HEROKU คนนี้เค้าเป็น contributor ของ bundler มาพูดถึงความเปลี่ยนแปลงของ bundler จนถึงเวอร์ชั่น 1.2 ที่กำลังจะออกมา เค้าบอกด้วยว่ามีความพยายามจะตัด bundle exec ออกอยู่(เย่) คอยติดตามได้ใน 1.3
Imag0520
  • Computer Scientist, Developer, or Engineer? โดย CARL CORYELL-MARTIN จาก {NEW CONTEXT} หัวหน้าใหญ่จาก {new context} มาพูดแสดงแนวคิดว่า การใช้ชีวิตให้คุ้มค่าในฐานะนักพัฒนา คือ การสร้างซอฟแวร์ที่สร้างคุณค่าให้แก่โลกใบนี้
  • Run Ruby Run โดย SEBASTIAN BURKHARD จาก FUNDEXPLORER มาแนะนำเทคนิดการเขียนโค้ดให้ทำงานเร็วขึ้น เช่น การใช้แคช
  • Level Up and switch from JS to CoffeeScript โดย GABE HOLLOMBE จาก TUTORING AUSTRALASIA มาเผยแพร่ศาสนา CoffeeScript ครับ
Imag0509
  • API-Driven Development โดย DARCY LAYCOCK จาก FILTER SQUAD คนนี้มาแนะนำข้อควรระลึกเบื้องต้นเกี่ยวกับการทำ Web API และแนะนำไลบราลีต่างๆ ที่ช่วยในการทำ สไลด์ของเค้าอยู่ที่นี่ครับ
  • Lessons From the Other Side: Effectively Contributing to Open Source โดย MICHAEL “KOZ” KOZIARSKI จาก SOUTHGATE LABS คนนี้เป็น core contributor ของ Rails มานานมาก มาเล่าถึงสิ่งที่ควรทำ และไม่ควรทำในการ contribute
    • คน contribute เยอะกว่า issue มากๆ ในสไลด์มีรูป github notification ของเค้าแสดงเป็นอินฟินิตี้
    • เค้าทำผิดพลาดปิด issue ของคนอื่นที่มีประโยชน์ก็หลายครั้ง เค้าบอกว่าถ้าโดนปิดก็ให้ท้วงมา ถ้าเค้าไม่สนใจก็ให้พยายามท้วงผ่านคนอื่นที่เคย contribute มาก่อน เค้าจะค่อนข้างฟังคนพวกนั้นมากกว่า
    • ถ้าใครมาบ่นเรื่องฟีเจอร์ แล้วมีคำว่า “ผมไม่ใช้ Rails เพราะ ….” เค้าจะไม่สนใจเลย เค้าทำให้เฉพาะคนที่อยากจะใช้ครับ
    • ควรส่ง pull request ทีละเล็กๆ ง่ายๆ พร้อมคำอธิบาย จะมีโอกาสได้ merge สูงกว่ามาก
    • ให้เริ่ม contribute สิ่งที่มีประโยชน์ต่อตัวเอง อย่าไปควานหา issue เพื่อจะ contribute
  • Andy Croll คนจัดมาพูดปิดงาน เค้าเปิดสไลด์ที่มีรูปใบหน้าของ speaker ทุกคน ไฮไลต์ทีละคนและพูดสรุปหนึ่งประโยคถึงสิ่งที่คนนั้นพูดในงาน ได้อย่างเท่มากๆ

หลังจากจบงานก็แยกย้ายเดินทางไปร้าน NABINS กัน ปิดชั้น 2 ของร้าน ใช้โทเคนที่ได้รับแจกเมื่อวานนี้หนึ่งใบ แลกเบียร์ขวดเล็กได้หนึ่งขวด ส่วนมากก็คุยอยู่กับกลุ่มที่มาจากไทย คุยภาษาอังกฤษบ้าง ไทยบ้างขำดี ได้รับรู้ถึงพลังของพี่ tanin ผมเชื่อว่าเค้าต้องประสบความสำเร็จแน่ๆ เลย

ปีหน้าพยายามจะไม่พลาดครับ

RedDotRubyConf 2012 วันที่ 1

http://reddotrubyconf.com/

Imag0472

เป็นงานสัมมนาเสียเงินครั้งแรกในชีวิตของผม

งานนี้คนร่วมงานกว่า 200 คนได้ แต่ก็พบคนรู้จักคุ้นหน้าคุ้นตาเยอะอยู่เหมือนกัน บริษัทผมยกทีมเอ็นจิเนียร์ไปทั้งหมดบริษัท บริษัท {new context} ที่สนิทกันเป็นอย่างดีก็ยกไปทั้งบริษัท เพื่อนร่วมงานบริษัทเก่า และคนที่พบเจอตามงาน meetup ต่างๆ ก็มางานนี้กันเยอะทีเดียว แถมยังมีคนที่มาจากไทยทั้ง @tanin47, @shr@LukeInTH ด้วย

มาดูของแจกกันก่อน

ลงทะเบียนงานได้เสื้อยืดหนึ่งตัว พร้อมลูกบอลยางสีแดงหนึ่งอัน และโทเคนสำหรับแลกเครื่องดื่มในงานเลี้ยงเย็นวันที่ 2

ระหว่างงานได้โค้ดโหลด PeepCode ฟรี 1 ตอน และ Andy Croll คนจัดงานบอกว่ากำลังจะได้ AWS ฟรีแต่ติดปัญหาเทคนิคนิดหน่อย

ตอนเที่ยงได้เสื้อจาก {new context} หนึ่งตัว และบัตรฟรี SoftLayer instace ฟรี 1 เดือน

Imag0474

เนื้อหาในงานก็ไม่ออก Ruby จ๋าเท่าไหร่ แค่มี Ruby เป็นหลักเท่านั้นเอง session เช้ามีดังนี้

  • Building a faster web, at Google and beyond โดย ILYA GRIGORIK จาก​ Google พูดถึงเรื่องการวิเคราะห์และปรับแต่งความเร็วของเว็บโดยเน้นที่ front-end แนะนำอุปกรณ์ใน Chrome, ค่าเวลาการโหลดเพจในเว็บบราวเซอร์ที่เราเข้าถึงได้ตามาตรฐาน W3C และแนะนำการใช้ Google Analytics เก็บข้อมูลความเร็วของเว็บของเรา เดาว่าเนื้อหาน่าจะคล้ายกับที่เค้าไปพูดที่ RailsConf ที่ผ่านมาเลย
  • The 12 Factor App โดย RICHARD SCHNEEMAN จาก HEROKU มาพูดถึงสิ่งที่ควรคำนึงถึงในการทำเว็บ ตามเนื้อหาในเว็บไซด์นี้ http://www.12factor.net/ ก่อนเริ่มได้มีการถ่ายรูป Friday Free Hug กันด้วย (หาผมเจอหรือเปล่า)
  • Building Web Services with a PUBSUB infrastructure โดย THORBEN SCHRODER จาก ENGINE YARD พูดถึงประสบการณ์การลองทำ PubSub server ที่มีการทำการยืนยันตัวบุคคล ของเค้าด้วย REDIS และ Lua
  • Continuous Performance Testing โดย ANDRAS KRISTOF จาก VIKI มาพูดถึงการพยายามผนวกการทดสอบ performance เข้าใน CI server โดยใช้แนวคิดที่ว่าพยายามทำให้ได้เร็ว ต่อเนื่องและประหยัดทรัพยากร โดยเน้นวัดแค่ประสิทธิภาพสัมพันธ์เท่านั้น ไม่ได้วัดประสิทธิภาพสัมบูรณ์

จากนั้นก็พักกินข้าวเที่ยงกัน อาหารเหมือนกับงาน CITCON เป๊ะ เพราะคนเตรียมอาหารที่ CITCON เล่าให้ฟังว่าเค้าถาม Andy Croll ว่าจ้างร้านไหน

Imag0462

จากนั้นก็เป็น session บ่ายครับ

  • The Γυβψ Community โดย DANISH KHAN จาก GITHUB มาพูดถึงสิ่งที่เค้าเห็นว่าเกิดขึ้นใน community แล้วไม่ควรทำ เช่น คนที่ทำ open source โปรเจ็คซึ่งมีคนใช้เยอะแล้วก็ทิ้งไปเลยโดยไม่บอกกล่าวใคร
  • Ruby, Rock & Roll โดย SAU SHEONG CHANG จาก HP LABS มาโชว์ไลบราลีสำหรับจากไฟล์เพลงที่เค้าเขียนขึ้นที่มีชื่อว่า Muse เค้าอธิบายตั้งแต่สมการการสร้างคลื่นเสียง จนถึงการสร้าง DSL มาคลุมไลบราลีของเค้า และเค้ายังโชว์งานต่อเนื่องของเค้าที่พยายามจะแปลง คำ ไปเป็น เพลง ตามอารมณ์ของประโยคนั้นด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้น ยังได้แค่เปลี่ยนคำเป็นเพลงด้วยอัลกอริทึมธรรมดาอยู่
  • CSS Testing: Designs Can Be Tested Too โดย WINSTON TEO จาก {NEW CONTEXT} มาโชว์ไลบราลีสำหรับทดสอบ CSS ของเค้าที่ชื่อว่า cactus ซึ่งเกิดจากแรงบันดาลใจที่ว่า CSS ในโปรเจ็คใหญ่ๆ มันเน่าเหลือเกินและไม่มีใครกล้าไปแตะต้องมันเพราะกลัวทำอะไรพังโดยไม่รู้ตัว สไลด์ของเค้าอัพแล้วที่นี่
  • Dive inside Ruby 1.9 โดย HEMANT KUMAR จาก CODEMANCERS มาพูดถึงสิ่งที่เปลี่ยนไปด้านล่างระหว่าง 1.8 กับ 1.9
  • Client-side Templating for Reactive UI โดย TIM OXLEY จาก UNIT IO เป็น โปรแกรมเมอร์ภาษา ๋avascript มาชวนคนจาก Ruby ไปเขียน Thick client
  • A Journey into Pair Programming โดย WEI LU จาก {NEW CONTEXT} เธอเพิ่งจบมาไม่นาน เลยมีโอกาสได้สังเกตประสบการณ์และความรู้สึกที่ได้รับจากการทำ pair programming กับคนที่มีความสามารถต่างๆ กัน มาเล่าให้ฟัง

ส่วนของพรุ่งนี้ จะตามมาครับ 🙂

CITCON Asia 2012 at Singapore

มันย่อมาจาก Continuous Integration Testing Conference ซึ่งเริ่มตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น และวันนี้ทั้งวัน มีคนไทยมาร่วมงานนี้ด้วยอีก 2 คน คือ พี่ @kluak110 กับพี่ @sinapam ครับ

ในส่วนของเมื่อวานตอนเย็นเป็นช่วงเปิดงาน ทำความเข้าใจสไตล์ของงาน สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในงาน แล้วก็ประกาศหัวข้อกัน สามารถติดตามอย่างละเอียดได้ที่ blog ของพี่ Kulawat ได้นะครับ

Openspace

หัวข้อโดยคร่าวๆ ก็เป็นตามนี้  http://citconf.com/wiki/index.php?title=CITCONAsia2012Sessions แต่ในระหว่างวันก็โดนผู้ร่วมงานสลับสับเปลี่ยนกันตามใจ เลยทำให้งานจริงๆ ต่างจากนี้ไปบ้าง บางหัวข้อคนพูดไม่อยากพูดแล้วเพราะเวลาชนคนที่เค้าอยากเข้าฟัง ก็ไปถอดออกจากบอร์ดเลยก็มี

Session ที่ผมเข้าฟังก็มีตามนี้ครับ

CI In A System Of Systems Environments 

หัวข้อนี้คนพูดทำอยู่ในสายเกี่ยวกับการวางระบบเน็ตเวิร์คของ Australia การทำ test ของงานเค้ามันดูยากมากเลย ทั้งต้อง test คลุมตัวอุปกรณ์ของบริษัทอื่นๆ ที่เอามาใช้ด้วย ทั้งมีอุปกรณ์เก่าที่ใช้งานอยู่แล้วอีกไม่รู้กี่พันกี่หมื่นตัว ฟังแล้วคิดไม่ออกเลยว่าจะทำยังไงให้มันมี feedback cycle ที่สั้นๆ ได้ยังไง

TDD vs BDD
หัวข้อนี้คนเริ่ม topic ตั้งใจจะนำไปคนละทางกับบทสนทนาที่เกิดขึ้นจริงในห้องเลย เค้าอยากคุยเรื่องใครใช้สไตล์การเขียน test แบบไหนใคร stub, mock, fake object แต่มันกลายไปเป็นหัวข้อที่พูดถึงเรื่องต่อไปนี้แทน

  • สไตล์การพัฒนาโปรแกรม outside-in, middle-out(?) แล้วก็ inside-out ซึ่งก็พอได้ข้อสรุปว่างานส่วนมากเหมาะกับ outside-in เพราะช่วยให้เราลดการเขียน code แล้วไม่ได้ใช้น้อยลง แต่มีงานบางอย่างที่มีคุณสมบัติว่า requirement ไม่ได้สำคัญมากเท่า technical limitation ซึ่งงานแบบนั้นก็เหมาะกับ inside-out มากกว่า
  • พบว่า ATDD, BDD, User story driven development และ Specification by Example มันคือสิ่งเดียวกัน มันคือ TDD + business requirement นั่นเอง ข้อเสียของการเกิดเหตุการแบบนี้คือ แต่ละค่ายทำ tool ของตัวเองที่สุดท้ายแล้วมันก็คือสิ่งเดียวกัน เช่น robotframework (ของค่าย ATDD) และ cucumber (ของค่าย BDD) ซึ่งทำให้เสียโอกาสในการพัฒนาไป

CI In A Lean Startup World ผู้พูดเสนอแนวคิดดังนี้

  1. Continuous Integration เป็น process เพื่อทดสอบว่าการรวมกันของ code เราสามารถทำได้
  2. Continuous Deployment เป็น process ต่อจาก CI เพื่อทดสอบว่า deployment ที่เกิดจาก code เราสามารถทำงานได้ไม่มีปัญหา
  3. Lean Startup เป็น process ต่อจาก CD เพื่อทดสอบว่า product ที่เกิดจาก code เรา user ชอบ

ซึ่งในโลกความเป็นจริง แล้วมันก็ไม่สามารถเทียบได้โดยตรงแบบนั้น มีคนนึงแสดงความเห็นว่าเพราะในขั้น Lean Starup เราทดสอบกับ user ซึ่งคือคนจริงๆ ที่เป็นสิ่งที่มี state มีการจดจำสิ่งที่เคยเกิดขี้นมาก่อน แต่ใน CI กับ CD เราทดสอบกับ test ที่เราพยายามเขียนให้ไม่มี state ผลที่ได้จาก Lean Statrup จึงไม่ได้เที่ยงตรงและ revert ได้เหมือน CI, CD แต่อย่างไรก็ตาม พบว่าการพยายามสร้างความสัมพันธ์นี้เป็นความคิดที่น่าสนใจทีเดียว

Pair Programming Done Right
session นี้ผมเข้าเพราะที่บริษัทผมทำ pair programming อยู่แล้ว และผมมีคำถามคาใจอยู่

pair programming ทำเพื่อป้องกัน bus effect (รถบัสชนคนที่รู้ code นั้นคนเดียวตาย)
คำตอบของคนที่ไม่ชอบ pair มีสองเรื่องที่ถูกตอบบ่อยมากคือ เบื่อขี้เกียจรออีกคน และอีกคนไม่รอทำอะไรไม่รู้
ผู้พูดเสนอ pattern การทำ pair programming มี 3 แบบ

  • Ping-pong A เขียน 1 test, B ทำให้ test ผ่าน และเขียนอีก 1 test ส่งกลับให้ B, … เหมาะสำหรับคู่ pair ที่เท่าเทียมกัน
  • Board and mouse คนรู้มากกว่าใช้ mouse คนรู้น้อยกว่าใช้ keyboard ใช้แก้ปัญหาคนรู้ไม่รอคนไม่รู้
  • pattern ที่สาม(ฟังชื่อภาษาอังกฤษไม่ออก) เหมือนกับการซ้อมตี Baseball โดยคนรู้เขียน test อย่างเดียว คนไม่รู้เขียน production code อย่างเดียว ใช้สำหรับให้คนรู้สามารถสร้างกรอบทางเดินให้คนไม่รู้ได้

Frameworks Dont Make Testing Easy Enough
session นี้เหมือนรวมญาติ เพราะคนที่ร่วมเป็นคนที่ทำๆ งานด้วยกันเกินกว่าครึ่งห้อง

คนเริ่มหัวข้อเค้าแสดงความเห็นว่า framework ที่เค้าได้เคยใช้ (Rails และ Android) มันรัน test ช้า ทำให้มีปัญหากับ TDD cycle เค้าเลยได้ลองคิดว่าจะพัฒนา หรือทำใหม่ควรจะต้องทำอะไร

แต่พอคุยกันไปมาพบว่าตัว Rails จริงๆ ตอนใช้แรกๆ ก็เร็วเพียงพอ แต่มันมาช้าเพราะ gem ที่ load เข้าไปเยอะๆ มากกว่า การจัดการระบบ module ที่ดีขึ้นอาจจะช่วยได้ แต่ก็จะไปขัดกับเจตนาที่ให้ feature ทั้งหลายมันออกมาแบบ out-of-the-box อย่าง magic อีก

ปิดงานด้วยการพูดรายคนว่าใครมี AHA moment อะไรในงานนี้กันบ้าง

ชอบมากครับงานนี้ ไม่เคยไป conference ไหนที่ไม่มีช่วง session ที่รู้สึกไม่อยากเข้าห้องไหนเลยมากก่อน

 

ขออภัยที่ไม่ได้ลงรูป ไม่ได้ถ่ายเยอะเท่าไหร่ และที่ถ่ายมาเบลอมาก
สามารถติดตามรูปได้จาก Facebook ของ Stanly คนจัดประจำของ Agile Singapore meetup
และจาก Facebook ของ agile66 group ที่พี่ๆ เค้าถ่ายละกัน (กด previous)