Monthly Archives: October 2007

Pleasure factory

ปล่อยร้างไว้ซะนานขออัพหน่อยละกัน แต่ไม่มีอะไรจะเขียนเท่าไหร่ก็เอาของที่ดองไว้มาเล่าละกัน หนังที่ดูไปเมื่อบล๊อกที่แล้วแหละ

Pleasure factory (โรงงานอารมณ์)

จุดที่ดึงแท็ปไปดูก็คือเป็นหนังที่มีดาราไทยแสดงแล้วได้ไปฉายที่คานห์อะ แต่ก็เตรียมใจไว้อยู่เหมือนกันว่าอาจจะเฉยๆ เพราะเห็นเวลาโฆษณาหนังแล้วบอกว่าเข้าฉายที่คานห์มักจะบอกว่ามี standing ovation กี่นาที แต่เรื่องนี้ไม่พูดถึงแสดงว่าฝรั่งก็คงไม่ได้ประทับใจเท่าไหร่

ดูจบออกมาแล้วก็ ไม่รู้ว่าเพราะเค้าตัดหนังไปบางส่วนหรือเป็นกะแท็ปเอง คือ แท็ปไม่ค่อยจะซาบซึ้งหรืออินกับเรื่องราวที่สื่อออกมาเท่าไหร่ คือ แท็ปรู้สึกว่าแท็ปรู้สึกถึงแง่มุมพวกนี้ในสังคมว่ามันมีอยู่แล้วก็เลยไม่ได้ประทับใจอะไร

จบละกันบล๊อกนี้ไม่ค่อยมีอารมณ์ (สั้นดีแฮะ)

ปล. เกียร์เกมส์ทำชีวิตประจำวันเปลี่ยนไปจนจบงานแล้วยังปรับตัว ปรับอารมณ์คืนไม่ค่อยได้เลยแฮะ เหอะๆ

Advertisements

This is a holiday

ไม่รู้ว่าความคิดนี้มันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ตอนนี้เหมือนมันฝังอยู่ในตัวคอยเตือนอยู่ตลอดเวลา

แท็ปรู้สึกว่าตัวเองแบกความกดดันอยู่เรื่องนึง เกี่ยวกับเรื่องอนาคตว่าต้องมีชีวิตที่ดีให้ได้ เนื่องด้วยตอนนี้เดินอยู่บนเส้นทางแห่งเทคโนโลยี นอกจากจะมาช้ากว่าคนอื่นแล้ว ยังเดินไปได้ช้ากว่าเค้าด้วย จึงต้องใช้พลังและเวลามากกว่าคนอื่นๆ เพื่อที่จะทลายความกดดันนั้น

วันหยุด ถือเป็นโอกาสดีที่สุดที่จะได้ใช้เวลาที่คนอื่นหยุดในการคลานไล่เค้า วันหยุดของแท็ปหายไป หายไปกับความรู้สึกที่ว่า เราหยุดไม่ได้ เวลาไม่พอแล้ว

เป็นธรรมดาสำหรับทุกคนที่ต้องมีอารมณ์ว่าอยากหยุดพัก อยากพักแบบไม่ต้องทำอะไร แต่ก็สำหรับแท็ปถูกกลบหมดด้วยคำว่า ไม่ทันแล้ว

วันนี้ เป็นวันที่ไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วไม่อาจบอกได้ วันนี้คือ"วันหยุด"อย่างแท้จริง

  • ตื่นสาย
  • ดูหนัง
  • นั่งกินโดนัท & อ่านแฮรี่ อยู่แถวสยาม

แค่นี้เอง แต่ประหลาดมาก เมื่อเราทำใจได้ว่าเราจะพัก ลืมทุกอย่างทิ้งไป สิ่งที่ได้กลับมาคือ พลัง

พลังที่พร้อมจะวุ่นวายต่อไป ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีวันหยุดอย่างนี้อีก แต่ตอนนี้ผมพร้อมแล้วครับสำหรับเทอมหน้า และอนาคต

two styles w(w/) my sis

ได้ลูกสาวกลับมาแล้วหลังจากส่งไปหาหมอมา เปลี่ยนอะหลั่ยที่เดิมเลย เปลี่ยนมาสองครั้งละ ชักจะงงว่าตกลงเครื่องหรือคนใช้ห่วยกันแน่

ช่วงว่างๆ ไม่มีคอมฯใช้ ทีวีก็เจ๊ง ไม่มีไรทำก็ได้แต่ฆ่าเวลาไปกับการดูหนังนั่นแล ไปดูกะไอ่ออนมาเรื่องนึง แล้วอีกเรื่องก็ไปดูคนเดียว(ที่มาของชื่อblog)


ละอองดาว
(จริงๆเค้าชื่อ stardust แต่ชอบละอองดาวมากก่า)

เรื่องนี้จริงๆ แอบกาหัวไว้ในใจว่าจะไม่ไปดูละ แต่สุดท้ายก็ไปดูเพราะเค้าว่ากันว่าหนุก

ดูออกมาแล้วก็… หนุกแฮะ ชอบๆ มากเลย ดูแล้วผ่อนคลายดี ซึ้ง+ขำ ไม่มีหนังแนวไหนที่จะปลอบประโลมจิดใจคนได้ดีเท่าแนวนี้อีกแล้วหละแท็ปว่า ใครดูเรื่องนี้แล้วไม่ยิ้มหรือหัวเราะบ้างให้เตะเลย

ชอบหัวหน้าโจรสลัดกะเหล่าวิญญาณเจ้าชายมากเลยฮาๆ ถึงขั้นดูๆอยู่ยังไม่มีฉากขำ แค่พี่แกโผล่มาก็ขำแล้วอ่า อีกตอนนึงที่พอจะนึกได้ก็ตอนที่พระเอกจะขึ้นรถม้าไปช่วยนางเอกอะ กวนดี ชอบๆ หลายตอนเลย ดูแล้วมาคุยกันละกัน (ไม่อยากเขียนยาวละรู้สึกเขียนยาวแล้วไม่มีคนอ่าน) เอ่อๆ แล้วก็ชอบบทสรุปด้วยอะ

แนะนำให้ไปดู ได้ความสุขกลับไปแน่นอน ต่างกะอีกเรื่องนึงต่อไป

The Kingdom

ชื่อเรื่องมากจากสถานที่หลักในการดำเนินเรื่องคือซาอุฯ ซึ่งมีระบบปกครองด้วยกษัตริย์อยู่ ซาอุฯเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันได้มากที่สุดในโลก ส่วนมะกันเป็นประเทศที่บริโภคน้ำมันมากที่สุดในโลก ก็เลยมีนิคมของชาวมะกันอยู่ในซาอุ ซึ่งก็แน่นอนเค้าก็หมั่นไส้อะสิ ก็บอมซะเลย ไอ่วิธีบอมก็ฉลาดโคตร พระเอกก็เลยเข้าไปสืบเรื่อง ก็โดนกีดกันทั้งจากรัฐบาลตัวเอง แล้วก็ทางซาอุฯด้วย

=================จะไปดูห้ามอ่าน (แต่คิดว่าไม่มีใครดูกันหรอกมั้ง เพื่อนเรา)===========
– ฉากจบสรุปได้ใจมาก คือ ทั้งสองฝ่ายก็ไม่มีใครดีไปกว่าใครหรอก ต่างก็จะฆ่ากันทั้งนั้น (ใครอยากรู้เดี๋ยวคุยกันแล้วเล่าให้ฟัง เขียนอธิบายจะยาวนิสนึง)
– แผนการบอมของผู้ก่อการร้ายนี่ร้ายกาจสุดๆ ใช้คนขี่รถยิงเอ็มสิบหกกราด แล้วให้คนปลอมเป็นตำรวจโบกเรียกให้คนหนีไปทางตัวเองแล้วกดระเบิดที่อยู่กับตัวให้บึ้ม คนตายเป็นร้อย แล้วพอผ่านไปหนึ่งชม ตอนเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบก็ใช้รถพยาบาลเป็นระเบิดอีก เจ้าหน้าที่ตายหมด ซ้อนสองทีเลย
=========================================================================

เรื่องนี้ตรงกันข้ามกับเรื่องที่แล้วเลย ยิงกันตู้มต้าม เหวอะหวะ แถมตากล้องเมาอีก  ส่ายกล้องซะ ดูออกมาแล้วถึงขั้นจะอวกกันเลยทีเดียว หนังแอบเครียด แต่ก็หนุกดีๆ

ขอไม่ยุติธรรมได้มั้ย

จะอัพกันให้คนอ่านๆ กันไม่ทันเลยทีเดียว topic คราวนี้ปิ๊งขึ้นมาตอนอาบน้ำตอนเช้า
โดยปกติแล้วแท็ปชอบคิดว่าตัวเองเป็นคนทำอะไรเน้นยุติธรรมไว้ก่อน แต่ความคิดวันนี้ก็ทำให้ความรู้สึกนั้นหายไป

  • เราบอกว่าเรายอมรับ อยู่ในสังคมกับเพศที่ 3 ได้ แต่ถ้าลูกเราเป็นหละ
  • เราบอกว่าเราไม่ชอบการซื้อเสียงเวลาเลือกตั้ง หากพ่อเราเป็นคนซื้อหละ
  • เราบอกว่าอาชญากรบางคนทำความผิดมาก(เช่น ฆ่าคนหลายศพ)จนน่าจะประหารซะให้ตาย ถ้าคนนั้นเป็นลูกเราหละ

นี่ก็เป็นตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆที่พอคิดขึ้นมาได้(ไม่อยากเอาเยอะด้วยเดี๋ยวยาว) สำหรับ 3 หัวข้อนี้คำตอบของแท็ปคือ

  • ก็ไม่อยากให้เป็นอะ ลองคิดดูยิ่งถ้าเป็นลูกคนเดียวยิ่งแล้วใหญ่ (แต่ถ้าเค้าเป็นจริงๆ ก็ทำไงได้หละก็คงต้องยอม แต่คง sad อยู่)
  • ข้อนี้แท็ปก็คงยอมนะ ก็คงได้แต่เตือนแหละ ก็คงว่าไรไม่ได้ ถ้าเค้าไม่ฟังก็ไม่รู้จะทำไง แล้วก็คงไม่ไปฟ้อง กกต. ด้วย
  • เรื่องเนี้ย เป็นใครก็ต้องเชื่อว่าลูกตัวเองต้องสำนึกผิดได้ ให้โอกาสอีกซักครั้งเถอะ

ทั้งหมดนี้เป็นความคิด ณ เวลานี้อะนะ ไม่รู้ว่าถ้าเวลาผ่านไปจะคิดเปลี่ยนไปยังไงบ้าง แต่อย่างน้อยก็เอาไว้เตือนตัวเองได้ว่า ถ้าเจอความอยุติธรรมเมื่อไหร่ ก็จงเข้าใจว่ามันเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมโลกนี้อยู่แล้ว หรือคุณไม่เป็น

Strange is all around

ยังคงจะอัพอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะไม่ค่อยมีคน comment ให้ก็ตาม (ถือว่าเป็น diary ไปในตัวละกัน)
 
ถ้าเราลองสังเกตสิ่งรอบๆ ข้างดู อาจจะเห็นความแปลกที่แฝงอยู่แต่เราไม่เคยรู้สึกก็ได้เหมือนแท็ปวันนี้ เรื่องไหนที่แท็ปคิดว่าแปลกจะทำดาว (*) ไว้นะ บางเรื่องอาจจะไม่แปลกแต่แท็ปรู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ธรรมดาในวันธรรมดาๆ อะ
 
เมื่อตอนเย็นเดินจากหอไปหาน้องที่สยาม ตอนแรกกะว่าจะไปหาอะไรกินแถวที่ไอ่ออนมันพัก แต่ผ่านหมูปิ้งถาปัดฯ ก็เลย กินไอ่นี่ดีกว่าไม่ได้กินนานละ ก็เลยซื้อไป แล้วก็คิดว่าจะกินที่ไหนดี ตอนแรกกะว่าคงไปนั่งแถวม้านั่งใต้ที่ไอ่ออนมันพักเลย แต่คิดไปคิดมาก็ปิ๊งไปกินที่ food court พารากอนดีกว่า* ระหว่างรอไอ่ออนเลิกเรียนเดินๆ เล่นๆ รอๆอยู่ คนเค้าก็หยุดเดินกัน ก็คิดว่าทำไม อ่อ เพลงชาตินี่หน่า ไม่ได้ยืนเคารพเพลงชาติ*นานมากจนไม่ทันรู้สึกตัว(ถ้าไม่มีคนอยู่รอบข้างหยุดเดินก็คงลืมไปแล้ว)พอเจอไอ่ออนปั๊ปก็พากันไปกินที่ food court พารากอน ตอนแรกคิดว่าจะอุดหนุนน้ำเปล่าเค้าแต่พอไปถามขวดละ 15 บาท*แหนะ น้ำ(ตึ๊ด)อะไรฟ่ะ ก็เลยเดินขึ้นไปซื้อที่ 7 BTS ได้ nestle มา 2 ขวด 14 บาท(ขี้งกไปมั้ยเนี้ย) แถมพาไอ่ออนขึ้นไปซื้อดินสอกดแท่งละ 15 บาทอะ คือ ลองคิดภาพน้ำ 1 ขวด กะดินสอกด 1 แท่ง คนละเรื่องกันเลย ระหว่างที่ไอ่ออนเลือกดินสอกดอยู่ก็มีคนมาเอะอะๆ หน่อยข้างหลัง หันไปดูเป็นพนักงานแผนกเครื่องเขียนนั่นแหละ 4 คน เค้าทำไรรู้ป่ะ ยืนเล่น OX กัน* โดยใช้เครื่องเขียนที่วางขายเล่นบนกระดาษทดลองปากกาอะ แล้วก็มีคนนึงทำเป็นเก่งมาก พูดโน่นพูดนี่ คือ ไอ่แค่ OX ทำไมจะโม้กันขนาดนั้นฟ่ะ ตอนจะออกจากพารากอนสะดุดตากับป้ายในร้านๆ หนึ่งเขียนว่า "ระดับความบริสุทธิ์"* ให้ทายว่าร้านอะไร ติ๊กต๊อกๆ หมดเวลา ร้านขายเครื่อง jewelly อะ แฮะๆ อย่าคิดมาก ก็เห็นมีร้านนึงเจ๊งไปแล้วด้วย ปิดไปละเหลือแต่หุ่นโชว์ไว้ ไอ่ออนก็บอกว่าสมควรเจ๊งแหละ ขายของเหมือนกันเป็นแถบๆ งี้
 
จบละตอนแรกกะว่าจะเขียนไม่ยาวนะเนี้ย ทำไมมันยาวได้ รู้อยู่ว่าพอยาวแล้วคนอ่านก็ขี้เกียจอ่าน ก็เลยไม่มีคอมเม้นต์นั่นเอง
 
ปล. ขออีกหน่อยละกัน วันนี้ตอนเดินไปส่งไอ่ออนอาการที่ขาเริ่มกำเริบ รู้สึกขาหนักมากเลย
ปล2. ไอ่ที่ไปกินที่ food court พารากอนที่เป็นความแปลกจากภายในคับ

Walking day (ย้ำว่า day ไม่เติม s)

ไม่เคยได้อัพบล๊อกที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องหนังมานานมาก วันนี้ขอหน่อยละกัน
 
จากชื่อก็คงเดาได้ว่าเกี่ยวกับเรื่องเดินๆ แน่นอน แต่ไม่ใช่เพลงเดินจุฬาฯแต่อย่างใด แค่วันนี้อยากจะมาเล่าว่าเดินเยอะมาก (หาเรื่องเดินเองแหละ)
 
เรื่องก็มีอยู่ว่าวันนี้น้องแท็ปมาเรียนพิเศษที่สยามเป็นวันแรก ก็ตื่นตี 4 ครึ่ง เพื่อไปรับมันที่หัวลำโพง การที่จะไปหัวลำโพงได้เนี้ย ก็ต้องเดินจากหอข้ามถนนไปฝั่งโรงแรมแมนดารินอะ แล้วก็เดินต่อไปหน่อยเพื่อนขึ้นรถเมย์ ซึ่งด้วยความที่ไม่ค่อยได้ขึ้นรถเมย์เจอคันไหนก็ขึ้นไปก่อน เพราะว่าตอนเช้าๆ จะรออ่านตัวหนังสือข้างรถก็ไม่ได้เพราะต้องโบกเรียก ก็เลยได้ขึ้นคันที่จะตรงไปเยาวราชไม่เข้าหัวลำโพงก็เลยต้องลงเดินเข้าไปหัวลำโพง พอเจอไอ่ออนก็พาเดินออกมาขึ้นรถเมย์ไปที่ๆมันจะพักอยู่ราชเทวี พอถึงสถานีรถไฟฟ้าราชเทวีก็ลงเดินข้ามถนน (ผ่านสถานีBTS) แล้วก็เดินเข้าซอยๆไป ส่งไอ่ออนขึ้นapartment เรียบร้อย ความหาเรื่องมันก็อยู่ตรงนี้แหละ คือ ปกติเวลาจากหอมาสยามก็จะเดินบ่อยๆ ก็เลยคิดว่า ราชเทวีก็ต่อมานิดเดียวเดินกลับก็ได้ ก็เลยเดินกลับ รอบนี้ยังไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ พอก่อนเที่ยงก็จะไปหาไอ่ออนพามันกินข้าวแล้วก็ไปเรียน ก็เลยเดินอีกเพราะรู้สึกตอนเช้าไม่เหนื่อยเท่าไหร่ รอบนี้แหละ พอไปถึงราชเทวี เริ่มรู้สึกเหนื่อยแฮะ ก็พาไอ่ออนเดินข้ามสยามมากินข้าวที่โรงอาหารทันตะฯ เสร็จแล้วก็วนๆในสยามนิดหน่อยพามันซื้อหนังสือด้วย พอส่งมันเรียนเสร็จก็เลยเดินไปสยามดิส ไปดูเครื่องเล่น mp3 ที่ลูกสาวนัดว่าจะมาซื้อ พอเห็นก็เลยกลับ ตอนนี้เริ่มเมื่อยแล้วก็เลยคิดว่าเดี๋ยวขึ้นรถป๊อปสาย 4 หน้าลิโด้กลับดีกว่า แต่อ่านป้ายโฆษณาทุกอย่างหน้าลิโด้จบแล้วมันยังไม่มาเลย ก็เลยเดินกลับก็ได้ฟ่ะไม่รอแล้ว ก็เดินกลับมาสามย่าน กลับมาห้องยังไม่ถึงครึ่งชม.ลูกสาวโทรมาบอกว่าเสร็จงานแล้วไปซื้อmp3 player กัน ก็(เดิน)ออกไปหาแล้วก็ไปสยามดิสกัน ก็ซื้อๆเสร็จแล้วก็เดินกลับแวะดูหนังสือการ์ตูนที่mbk เจอเพื่อนกะน้องจะไปซื้อสีสกรีนเสื้อกัน เค้าถามแท็ปว่าร้านอยู่ไหน แท็ปก็เลยว่าเดี๋ยวพาไปก็ได้ ก็เดินพาไปซื้อที่หลังสนามกีฬาแล้วก็เดินถือกลับมาส่งเค้าที่หอในแล้วก็กลับมาห้อง ขณะพิมพ์นี้ยังไม่หมดวัน เดี๋ยวต้องออกไปหาไอ่ออนพาไปกินข้าวเย็นแล้วส่งกลับที่พักอีก คิดว่าคงมีเดินอีกแน่(คือคิดว่าจะพาเดินกลับอยู่แล้ว แล้วก็ต้องไปหาข้าวกินอีก) แต่ขาไปสยามกะขากลับจากราชเทวีคงขึ้นรถเมย์ละหละ ม่ายไหวๆ แก่แล้ว
 
ปล. walking day ไม่เติม s เพราะว่าเข็ดแล้วครับ วันหลังจะประมาณตน(ว่าแก่แล้ว)
ปล.2 ช่วงนี้ถ้าไม่จำเป็นอย่าผ่านไปแถวสยามเด็ดขาด ที่รู้สึกว่าตัวเองแก่แล้ว จะยิ่งรู้สึกเพิ่มมากขึ้นไปอีก มีแต่เด็กม.ปลายเพียบๆ
ปล.3 สรุประยะทางที่เดินวันนี้คาดว่าเท่ากับเดินไปกลับสามย่าน-ราชเทวี มากกว่า 2 รอบ
ปล.4 พิมพ์ไปเยอะเหมือนกันแฮะ
ปล.5 จบๆ 

3 & 19

ไม่เคยคิดว่าเหมือนกันว่าจะมีความรู้สึกแบบนี้ คือ วันนี้รู้สึกว่าหนังไทยสนุกกว่าหนัง Hollywood ชื่อดังแฮะ
สองเรื่องนี่จริงๆ แล้วไม่ควรจะนำมาเปรียบเทียบกันหรอก แต่แค่พอดีแท็ปดูสองเรื่องติดกันในสองวันแค่นั้นเอง และรู้สึกว่าหนังไทยเรื่องนี้มันสนุกกว่า Hollywood เรื่องนี้แค่นั้นเอง
 
Resident Evil 3 : Extinction
 
ไม่ได้ดูสองภาคแรกมาก่อน รู้จักเกมส์มาบ้าง แต่ไม่เคยเล่น เข้าไปดูอย่างไม่ได้คาดหวังอะไร ออกมาก็รู้สึกเฉยๆ ไปหมด ทุกๆ ด้านในเรื่องเลย มันไม่แย่ แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรประทับใจ บอกไม่ถูกกะอารมณ์เฉยๆ มาก จริงๆ ก็มีหลายเรื่องอยากเล่าแต่ของเล่าเป็นข้อๆ ละกัน สปอยล์บ้างไม่สปอยล์บ้าง กันไว้ก่อน
 
 
==========================Alert spoil============================
 
– รู้สึกว่าอลิซควรไปแสดงเรื่อง X-men อะ ตอนใช้พลังนี่เหมือนมั๊กๆ
– แอบรู้สึกนิดหน่อยว่าตัวละครที่เราคิดว่าเค้าจะรอดกลับไปรอด รู้สึกว่าเค้าสามารถดึงความเศร้า หดหู่ การสูญเสีย ความหวัง ของคนที่เหลือชีวิตรอด ออกมาได้โดนอยู่พอสมควร
– รู้สึกว่าปมที่ทิ้งเอากับกองทัพอลิซนี่มันน่าสนใจดี กองทัพอลิซ เหอะๆ
 
=========================================================
 
คิดว่ามีแค่นี้สำหรับเรื่องนี้ ความน่ากลัวก็มีให้ตกใจกันบ้าง ฉากเท่ๆ ก็มีบ้าง ค่อนข้างจะสมดุลกับสองจุดนี้(ฉากเท่ๆ,ฉากหลอนๆ) แต่อาจจะไม่โดนคนที่อยากดูด้านไหนด้านหนึ่งมากๆ คือ มันกลางๆ อะ กลางๆ ไปหมด อย่างที่บอกไปตอนต้น
 
 
มาถึงคิวหนังไทยเรื่องเยี่ยม
 
 
บอดี้ ศพ#19
 
เรื่องนี้ไปดูเพราะเสียงฮือฮาต่อกันมาล้วนๆ ว่าเป็นหนังผีที่เนื้อเรื่องดี จริงๆ เป็นคนชอบดูหนังที่เนื้อเรื่องเป็นหลักอยู่แล้ว ก็เลยจัดไป เป็นหนังหักมุมที่ไม่รู้ใครจะว่าไง แต่แท็ปโดนลอกตลอดทั้งเรื่อง ถึงตอนจบเค้าจะเคลียร์ทุกอย่างให้แล้ว แต่ออกมาจากโรงก็ต้องถกกะเพื่อนอยู่ระยะนึง แต่ก็ยังไม่เคลียร์ สุดท้ายก็ได้ บล๊อกของคุณหมอเจ้าเก่า วิจารณ์พร้อมทั้งอธิบายปมต่างๆ ในเรื่องได้อย่างดี เลยขอเอาลิงค์ blog คุณหมอมาแปะเลยละกันเพราะมีทุกอย่างอยู่ในนั้นแล้ว
 
 
ขอบคุณเจ้าของบล๊อกผ่านทางนี้ด้วยละกัน
 
สำหรับเรื่องนี้ ใครพอจะดูหนังพี่ไหว ไปดูเหอะ หนังไทยดีๆ ฉากเปิดสวยระดับโลก เพลงประกอบที่ใครๆ ก็ต่างบอกว่ามันเข้ากับเนื้อเรื่องสุดๆ การหักมุมที่สุดยอดพร้อมเหตุผลประกอบที่สมเหตุสมผล (CG ยังไม่ ok แต่ให้คะแนนความพยายามละกัน)