Monthly Archives: October 2008

Bus Series III : Lazy man can go (to Siam Center)

เส้นทางนี้ เป็นเส้นทางตอบสนองความขี้เกียจในการเดินส่วนตัว โดยปกติแล้ว การเดินทางระหว่าง สามย่าน-สยาม แท็ปจะใช้การเดินเป็นส่วนมาก แต่หากวันไหน ขี้เกียจก็จะใช้บริการของรถเมล์ (รวมถึงหากจะไป Central World ก็ได้)

ซึ่งปกติแล้ว รถเมล์ส่วนมากที่วิ่งบนเส้นหน้าจุฬาฯ จะวิ่งตรงต่อไปยัง อนุสาวรีย์ฯ ทำให้ต้องมีการจดจำสายที่เลี้ยวเอาไว้เพื่อความสะดวก

สายที่ตอบสนองความต้องการนี้ได้แก่ 25, 40 และ 501

Advertisements

Bus Series II : The (Siriraj) Hospital

เส้นทางนี้ เพิ่งจะได้เพิ่มเข้ามาในหัวสมองไม่นาน และเป็นเส้นทางที่จุดประกายให้เกิด Bus Series ชุดนี้อีกด้วย เนื่องจากช่วงที่เริ่มชำนาญเส้นทางนี้ ทำให้นั่งนึกย้อนไปถึงเส้นทางตอนฝึกงาน แล้วเกิดลืมขึ้น จึงต้องมาเขียนกันลืมเอาไว้

เส้นทางนี้เกิดจากน้องสาวของแท็ป ได้ไปเข้าค่ายที่จัดโดยนักศึกษาแพทย์ฯโรงพยาบาลศิริราช แท็ปก็เลยแวะไปรับส่งหน่อย

สำหรับคราวนี้จะตัดตอนสายรถเมล์ที่ใช้ช่วงนั้นมาเล่าให้ฟังละกัน

สาย 146 หรือ 81 สายนี้เชื่อมระหว่าง จรัญฯ กับ ศิริราช

สาย 40 สายนี้ต่อจาก 81 หรือ 146 เพื่อไปจุฬาฯ โดยวิ่งไปถึงสี่แยกบ้านแขกแล้วจะเลี้ยวซ้าย เพื่อข้ามสะพานปกเกล้า เข้าเยาวราช และไปจุฬาฯ

สาย 57 สายนี้นั่งเพื่อไปต่อ 21 ที่สี่แยกบ้านแขก

สาย 21 สายนี้วิ่งจาก จุฬาฯ เข้าเยาวราช เข้าวงเวียนใหญ่ แล้วก็ไปไงต่อไม่รู้ จะไปออกที่สุขสวัสดิ์ แล้วก็เลี้ยวขวาเข้าประชาอุทิศ เพื่อไปบ้านญาติของแท็ปที่ซอยประชาอุทิศ 127

สาย 542 สายนี้วิ่งอยู่บนเส้น จรัญ แล้วก็เข้าวงเวียนใหญ่ ไปจุฬาฯ ได้เหมือนกัน

credit : ข้อมูลประกอบ Series นี้ นอกจาก Google map ยังใช้จากเว็บ http://www.siamtraffic.net/ ซึ่งมีประสิทธิภาพดีมากในการค้นหาสายรถเมล์ตามเส้นทางที่ต้องการ เพราะสามารถค้นหาจาก ชื่อป้าย,ชื่อถนน ได้

credit2 : การเดินทางเส้นทางนี้ ได้รับการแนะนำจาก กลอน และ bank ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

Bus Series I : Journey to the internship

blog นี้เป็น blog แรกที่แท็ปจะเขียนจดบันทึกสายรถเมล์ที่ตัวเอง ใช้บริการจนคุ้นเคย ในช่วงเวลาหนึ่งๆ เอาไว้กันลืม หากจะกลับไปใช้บริการอีกครั้ง

เริ่มต้นด้วย สายที่แท็ปใช้จนคุ้นเคย ในช่วงฝึกงานปิดเทอมที่ผ่านมา

เส้นทางไปฝึกงานของแท็ป คือ นั่ง MRT จากสถานีสามย่าน ไปลงที่สถานีพหลโยธิน เพื่อไปขึ้นรถเมล์หน้าเซ็นทรัลฯ ลาดพร้าว โดยเลือกสายให้ มันเลี้ยวขวาที่สี่แยกพหลโยธิน เพื่อจะลงหน้าตึกของษริษัทที่ไปฝึกงาน ป้ายแรกหลังจากเลี้ยวซ้ายนั้น

สายที่ตอบสนองความต้องการดังกล่าว ได้แก่ 136, 191 และ 529

ข้อมูลเพิ่มเติม : สายรถเมล์ที่ผ่านหน้าเซ็นทรัลฯนี้ เมื่อวิ่งไปถึงสี่แยกรัชโยธินแล้ว ส่วนมากจะตรงไปเนื่องจากเมื่อตรงไปแล้วจะเจอ ม.เกษตรฯ นั่นเอง ณ แยกนั้น จะประกอบด้วยสถานที่ดังๆ ตั้งอยู่บนคนละฝั่งแยก ได้แก่ SCB park, Major รัชโยธิน และ ตึกช้าง

ต่อมา เป็นสายที่ใช้นั่งกลับ

การกลับหอ จะขึ้นรถที่ป้ายเดิมที่ลงในตอนเช้า เลือกสายที่วิ่งขึ้นสะพานข้ามแยกลาดพร้าว เพื่อไปลง MRT สถานีรัชดาภิเษก

สายที่ตอบสนองความต้องการดังกล่าว ได้แก่ 136 และ 185 (ไม่แน่ใจว่ามีอีกหรือเปล่า)

ข้อมูลเพิ่มเติม : บนเส้นทางนี้จะผ่านศาลต่างๆ หากไม่ขึ้นสะพานข้ามแยกลาดพร้าวแล้วนั้น สายรถเมล์ส่วนใหญ่จะเลี้ยวซ้าย(นั่งผิดบ่อยมากเวลาเบลอๆ ทำงานเสร็จ) ไปวิ่งบนถนนลาดพร้าว

The Kingdom of Fear

บทความข้างล่างนี้ คัดลอกมาจาก กลุ่มก่อการร้าย พธม กับ การสร้างอาณาจักรแห่งความกลัว

ตอนผมเด็ก ๆ เวลามีเรื่องกับเด็กแถวบ้าน มันจะชอบบอกว่า "เดี๋ยวกูจะไปฟ้องพี่กู"
เพราะพี่ของเด็กคนนั้นตัวใหญ่กว่าเรา เมื่อได้ยินเช่นนั้น เราจึงรู้สึกกลัว

พอโตหน่อย ไม่มีวัยรุ่นคนไหนบอกว่าจะไปฟ้องพี่แล้ว เพราะมันเชย ลูกแหง่ เด็กเกเรพวกนี้จึงบอก "รอกูตรงนี้เลย เดี๋ยวกูไปเอาปืนมากอ่น"
เพราะเขามีปืน เราจึงกลัวปืนของเขา

ที่
ภาคใต้ ผมเคยได้ยินข่าว ขจก ขู่กรรโชกนักธุรกิจในพื้นที่ เรียกค่าคุ้มครอง
มีการเขียนจดหมาย หรือ จับตัวประกันเรียกค่าไถ่
ถ้าอยากให้มีหัวติดไว้บนบ่า ก็ให้จ่ายเงินมา
เพราะเขาอยู่ในที่มืด เพราะเขาใช้ความรุนแรง เรากลัวเสียชีวิต กลัวธุรกิจไปไม่รอด จึงต้องจ่ายเงินให้โจรเหล่านี้

ตอน
ผมทำงานเรื่องยาเสพติดอยู่ภาคเหนือ มีคนมาขู่ว่า อย่ามายุ่งกับเรื่องนี้
เพราะมันมีผลประโยชน์ และทั้งพ่อค้ายาและคนมีสีที่เกี่ยวข้อง มันมีปืน

ทำไม เวลาผมฟังพันธมิตร มันถึงเต็มไปด้วยการข่มขู่ กรรโชก
ศร
ราม แค่บอกว่าไม่ได้ไปร่วมชุมนุมเพราะอยากให้บ้านเมืองสงบ โดน พธม
ยกพวกไปโห่ไล่ บนเวทีด่าพ่อล่อแม่ศรราม ซ้อเจ็ด เขียนหยาบคาย ด่าทอเสียดสี
สุดท้าย ศรรามยกมือไหว้ขอโทษ

เปิ้ล นาคร แซวนิดเดียว ไม่รู้ตั้งใจหรือเปล่า เล่นไปถึงหุ้นส่วนอย่าง แหม่ม แมคอินทอช ขุดคุ้ยเรือ่งส่วนตัวเขามาด่าทอ ทำลายชีวิตเขา

ปริญญา ริบบิ้นขาว โดนสอยกลางเวที โดย ศ ดร ภูวดล ว่าสมัยก่อนเคยให้เงินไปใช้ มาขอขึ้นเวทีตอน พค 35 เป็นไอ้เด็กเมื่อวานซืน

อ.
ประภาส ปิ่นตบแต่ง รัฐศาสตร์จุฬา โดนอีก ด่าว่าหากินกับงานวิจัยมูลค่า 200
ล้าน กับสมัชชาคนจน จนเจ้าตัวบอกว่า ถ้าเจอกันตอนนี้อาจมีการต่อยหน้ากัน


ดร นิธิ โดนทั้งข้อหารับเงินทักษิณและเรื่องส่วนตัว จนเจ้าตัวปักหลักสู้
โดยประกาศ ไม่ยอมให้ พธม ข่มขู่ แล้วปิดปาก แต่จะไม่ยอมใช้วิธีเดียวกันกับ
พธม ในการตอบโต้

เมื่อวาน ผมฟัง สนธิ ลิ้มฯ
ประกาศเช็คบิลผู้บริหารการบินไทย และ นักบินอีกคนที่เป็น ตม 10
ว่าเมื่อการเมืองเปลี่ยน เขามีอำนาจ แล้วคนพวกนี้ยังไม่เกษียร์
ก็ขอให้เตรียมชุดป้องกันตัวใส่ไว้ดี ๆ ข้าจะเช็คบิล

และอีกครั้งนับ
ไม่ถ้วน ที่คนเหล่านี้ ประกาศใช้การข่มขู่ ความรุนแรง ในรูปแบบต่าง ๆ
ไม่ต่างอะไรกับแก็งค์ กลุ่มก่อการร้าย ที่ใช้กับประชาชน

น่าเสียดาย ที่พฤติกรรมเลวทรามเหล่านี้ กลับได้รับการยกเว้น และมองข้ามไปได้ในสายตาปัญญาชน สื่อมวลชน รวมถึงมวลชนของพวกเขา

อย่าปล่อยให้ความกลัวครอบงำ ถ้าคุณจะต้องแสดงออกโดยการใส่เสื้อสีแดง หรือ ติดสติ๊กเกอร์เบื่อม็อบพันธมิตร ที่ท้ายรถของคุณ

เพราะถ้าคุณกลัวเขา นั่นคือการยอมรับ อิทธิพลของกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้ ที่อยู่เหนือความกล้าหาญของคนในชาติ

อย่ายอมให้เขากดขี่ด้วยความกลัว

"ไม่เห็นด้วยกับพันธมิตร ต้องแสดงออก ไม่นิ่งเฉย ไม่รุนแรง"

Twinview, work more

เนื่องจากโปรเจ็คที่ทำอยู่ใช้เวลารันรอผลนานมาก ก็เลยใช้เวลาว่างขณะรอผลนี้ เปิดอ่าน Google Reader ที่ติดค้างอยู๋กว่า 500 unread topic
แต่ก็พบความไม่สะดวกว่า ขณะอ่านอยู่เราไม่ว่าเครื่องรันผลเสร็จหรือยัง จะแบ่งหน้าจอพื้นที่เล็กๆ จาก Browser ไว้ให้เหลือพื้นที่มองเห็นผล ก็ทำให้เนื้อที่ในการอ่าน Reader น้อยไป ก็เลยปิ๊งไอเดียได้ว่า ก็เอาจอ มาต่อสิ จอไม่ได้ใช้มีอยู่เยอะแยะแถวนี้

ก็เลยไปคว้าจอที่ตั้งๆ อยู่มาเสียบๆ ปลั๊ก และก็ Set up นิดหน่อยเป็น mode Twinview ก็เสร็จเรียบร้อย แทแด๊นนนน
(รูปอาจจะไม่ค่อยชัดเพราะถ่ายจากมือถือ) หมดปัญหา ทำงานไป อ่าน feed ไป ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า ^^

ตก

หนังอาร์ตที่ค่อนข้างดูยากซักหน่อย แต่เต็มไปด้วยฉากสวยงาม อลังการมากมาย (ได้ยินว่าถ่ายถึง 6 ปี ใน  18 ประเทศ)

THE FALL

ถ้าพูดถึงเนื้อเรื่อง ก็จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน L.A.  ของสตันท์แมนหนุ่ม (Roy) ซึ่งประสบอุบัติเหตุเป็นอมพาต ทำให้เสียคนรัก จนอยากฆ่าตัวตาย กับเด็กสาวอายุ 5 ขวบคนหนึ่ง (Alexandria) ซึ่งทำงานอยู่ในไร่ส้มและตกจากต้นส้มแขนหัก ซึ่งในอดีตเธอเคยสูญเสียพ่อ และบ้าน เพราะถูกโจรปล้น ฆ่า เผา ทั้งสองคนมาสร้างเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งร่วมกัน โดยทั้งคู่เป็นทั้งคนกำหนดเนื้อหาและอารมณ์ของเรื่อง

หนังในได้ถ่ายทอดอารมณ์ความคิดของตัวละครทั้งสอง ตลอดเรื่องผ่าน ทางเรื่องที่เค้าช่วยกันแต่งนั้น(จุดนี้เป็นจุดที่ทำให้หนังดูเข้าใจค่อน ข้างลำบาก)

และยังแสดงให้เห็นจิตใจที่เข้มแข้งของ Alexandria ที่มีมากกว่า Roy จนให้ทั้งๆ ที่เรื่องที่เรื่องที่เด็กสาวพบมามีความรุนแรง เศร้าโศก สูญเสีย มากกว่า Roy มากนัก

ในบางจุดการดำเนินเรื่องอาจจะอืดไปบ้าง มีฉากที่ไม่จำเป็นพร่ำเพรื่อไปบ้าง แต่เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องนึงที่แนะนำ โดยเฉพาะคนที่รู้สึกว่าการดูหนังพักหลังๆ นี้มันเข้าใจง่ายๆ เดาง่ายๆ ไม่ได้สมองเลย เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เหมาะกับคุณ

ปล. ชอบชื่อของหนังมาก เพราะ Fall กันทั้งเรื่องจริงๆ ตั้งชื่อได้เจ๋งสุดๆ
ปล2. ไปดูภาพสวยๆ ของหนังได้ที่ http://www.thefallthemovie.com/

ความสมดุล+ความเข้าใจ

กลับมาจาก Trip group ได้วันนึงแล้ว ได้ชาร์จแบตชีวิตกลับมาเต็มเลยทีเดียว

วันนี้ก็เลยแวะไปเก็บหนังเรื่องนึง ก่อนที่จะออกไป

TAKEN

หาใช่เรื่องที่ดัดแปลงมาจากเกมส์ชื่อดัง "TEKKEH" ไม่

แต่นี่คือหนัง action ซึ่งสนุกมากกกกๆๆ เรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ อดีตสายลับฝีมือดี ที่ต้องไปช่วย ลูกสาวที่ถูกแก๊งค้าประเวณีจับไป

หนังสามารถถ่ายทอดฉากแอ๊คชั่นออกมาได้ไม่ล้นเกินไป บวกกับเนื้อหาส่วนดราม่าแล้ว ทำให้ออกมาเป็นหนังที่ดูสนุกเรื่องนึงทีเดียว

คือ ไม่รู้จะอธิบายยังไง ให้รู้สึกได้ว่าสนุกขนาดไหน คงต้องไปดูเองละกัน แต่มีประเด็นดราม่าจากเรื่องนี้มาคุยให้ฟังหน่อย

อธิบายตัวละครก่อน

พ่อ เป็นสายลับฝีมือเยี่ยม ที่เกษียณตัวเองแล้ว เมื่อครั้งทำงานอยู่ ต้องเสียสละชีวิตครอบครัวไป จนกระทั่งต้องหย่ากับภรรยา และภรรยาไปแต่งงานใหม่ นิสัยขี้ระแวง

ลูกสาว อายุ 17 เป็นตัวแทนวัยรุ่นสาวทั่วไป ที่ต้องการเที่ยวเล่น ต้องการโอกาสเผชิญโลก ใช้ชีวิต มีอิสระ ตามที่คิดว่าคนที่โตแล้วควรได้รับ

เมื่อลูกสาวอยากไปตามดูวง U2 ทัวร์ยุโรป แต่ต้องการลายเซ็นต์จากพ่อเนื่องจากยังไม่บรรลุนิติภาวะ ส่วนพ่อแค่เพียงลูกสาวบอกว่าจะไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่ปารีสก็ยังไม่ให้ไปแล้ว

ประเด็นที่น่าสนใจอยู่ตรงที่ว่า

พ่อรู้ว่าการที่ลูกสาวไปเที่ยวนั้นมีอันตราย(ซึ่งก็จริงด้วย) แต่การไม่ให้ลูกไปไหน เป็นการกระทำที่สมควรหรือ

ลูกโกหกพ่อว่าจะไปพิพิธภัณฑ์ เพราะรู้ว่าถ้าพูดความจริง พ่อก็จะไม่ให้เค้าไป เป็นการกระทำที่สมควรหรือ

หนังเรื่องนี้ให้ทางออกกับเรื่องนี้คือ ให้ลูกไป แต่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด

ไม่ได้หมายความว่าเราจะให้ไปในทุกครั้งที่ขอ ไม่ได้หมายความว่าต้องคอยจับตาดูลูกตลอดเวลา

เพียงแต่ต้องทำอย่างสมดุล สมควร และเข้าใจว่า เราไม่สามารถดูแลเค้าได้ตลอดเวลา ยังไงก็ต้องปล่อยให้เค้าได้ดูแลตัวเอง เพื่อตัวของเค้าเองเมื่อไม่มีเรา