Monthly Archives: October 2013

ข้อเสียของผม

ผมมีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งที่ผมอยากจะแก้ไข ผมรู้สึกถึงข้อเสียตรงนี้มาได้ประมาณเกือบ ๆ 2 ปีแล้ว ที่ผ่านมาก็พยายามค่อย ๆ ปรับปรุงตัว แต่ก็ยังไม่ถึงในจุดที่พอใจซักที ข้อเสียนี้คือการเลือกครับ เป็นคนเลือกอะไรช้า หรือไม่ชอบเลือก

ผมเป็นคนง่าย ๆ แบบหัวแข็ง คือ ซักประมาณ 90% ของผมเป็นคนง่าย ๆ อีกประมาณ 10% ของผมเป็นคนหัวแข็ง ในการตัดสินใจหนึ่ง ๆ ไม่ว่าคนรอบข้างอยากได้อะไร หรืออยากให้ผมทำอะไร ถ้ามันตกในส่วน 90%  ผมจะตามใจเค้าอยู่เสมอ แต่เมื่อใดก็ตามที่ความต้องการของเค้านั้นมารุกล้ำ 10% ของผม ผมจะต่อต้านแบบถึงที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ส่วน 90% นั้นมันทำให้ผมเป็นคนคิดน้อย แค่ผมรู้สึกว่ามันไม่ล้ำ 10% ของผม ผมก็จะไม่ค่อยคิดต่อ อะไรก็ได้ อย่างไรก็ได้

ปัญหานี้มันส่งผลสำคัญต่อสาขาอาชีพนักพัฒนาซอฟแวร์ของผมอย่างมาก ซึ่งพอจะสรุปได้ดังนี้

  1. เป็นคนเรื่องน้อย เลยทำให้ความอยากแก้ปัญหาต่าง ๆ น้อยลงไปด้วย ทำให้ผมเป็นคนไม่ค่อยมีไอเดีย ตัวอย่างเช่น หลาย ๆ คนอาจจะเคยใช้โปรแกรมอะไร แล้วรู้สึกว่ามันห่วยจึงเกิดไอเดียที่จะทำสิ่งใหม่ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานั้น แต่ผมมักจะคิดว่ามันก็พอใช้ได้อยู่ ไม่มีอะไรสมบูรณ์หรอกคนทำเค้าก็คงไม่ได้คิดถึง หรือเค้าอาจจะอยากทำแต่ติดปัญหายุ่งยากก็ได้
  2. ไม่มีความเห็นส่วนตัวว่าอะไรดีกว่าอะไร ถ้ามีคนสองคนเอาโปรแกรมที่ทำงานเหมือนๆ กัน 2 อย่างมาให้เลือกว่าอันไหนดีกว่า คำตอบที่มักได้จากผมในแว๊บแรกคือไม่รู้ ก็เหมือนกันแหละ ก็แทนกันได้แหละ ซึ่งเป็นคำตอบที่ไร้ประโยชน์สำหรับผู้ถาม
  3. เป็นคนตั้งคำถามกับสิ่งต่าง ๆ ที่คนทำต่อ ๆ กันมาน้อย ถ้าผมรู้สึกว่าสิ่งไหน ๆ ดีแล้วก็จะไม่ค่อยไปตั้งคำถามมากเท่าไหร่ ทำให้ไม่เกิดความพยายามที่จะปรับปรุง
  4. แสดงความคิดเห็นในบางเรื่องแบบไม่มั่นใจ เวลารู้สึกค้านการตัดสินใจคนอื่นในใจนิดหน่อยแต่ไม่รู้ว่าทำไม ก็จะพูดไปลอย ๆ แล้ว บอกว่าเอาตามเค้านั่นแหละ แล้วเมื่อความคิดของเค้ามันผิดพลาด ก็อยากจะพูดบอกเค้าว่าบอกแล้วไม่เชื่อ ซึ่งเป็นความคิดที่ห่วยมาก ๆ

สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกว่าผมเป็นคนไม่มีไอเดีย คิดช้า ดูไม่มั่นใจกับการพูดหรือการทำอะไร และไม่ค่อยคิดริเริ่มจะปรับปรุงสิ่งใด ๆ ซึ่งขัดต่อสิ่งที่ควรจะเป็นในสาขาอาชีพ

วิธีการที่ผมนำมาใช้ในการแก้ข้อเสียนี้ครับ

  1. หัดเป็นคนเรื่องมาก เมื่อมีใครถามความเห็นอะไรก็ควรคิดและเลือกตอบซักอย่าง อย่างมีเหตุผล
  2. ยังเป็นคนง่าย ๆ เหมือนเดิมที่แอบเลือกอยู่ในใจ ตามใจคนอื่นแต่ก็แอบคิดไว้ด้วยว่าถ้าเป็นเราจะเลือกอะไรฟัง
  3. ฟัง gut feeling ของตัวเองมากขึ้น เมื่อเกิดความรู้สึกค้านกับการตัดสินใจอะไรของใครต้องฟังมัน แล้วพยายามคิดว่าทำไมเราถึงไม่เห็นด้วย หากคิดจนหาเหตุผลขึ้นมาได้ แล้วความกล้าที่จะค้านก็จะออกมาเอง
  4. หาโอกาสที่จะพูดคุย บอกเล่า ความคิดของเราต่อคนอื่น หรือสอนคนอื่น เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้คิดซ้ำกับความคิด ความเชื่อของตัวเองอีกครั้ง และบางครั้งอาจจะได้คำถาม หรือคำแย้งให้ได้คิดเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

ที่ผ่านมาก็เห็นถึงความพัฒนาขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังคงต้องพยายามต่อไปครับ

สัญญาณแห่งความเป็นผู้ใหญ่

เราสามารถสังเกตได้ว่าความเป็นผู้ใหญ่ย่างเข้ามา ความเป็นเด็กกำลังจากเราไป เมื่อเราโดนบังคับให้ต้องตัดสินใจเลือกระหว่างสิ่ง 2 สิ่งที่เราไม่สามารถตัดสินใจได้ ผู้ใหญ่คือบุคคลที่ตัดสินใจอะไรยากเพราะความรู้สึกรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่จะเกิดจากการตัดสินใจนั้น ๆ ตรงกันข้ามกับเด็กที่สามารถตัดสินใจได้อย่างง่ายดาย เพราะไม่ต้องรับผิดชอบอะไร