Monthly Archives: April 2007

Understanding Architect & Architecture

ก็เขียนถึงวิชานี้ไว้หน่อยละกัน ถึงแม้จะผ่าน mood ไปเที่ยวมาหลายวันแล้ว แต่กลัวว่าถ้าหลายวันกว่านี้จะยิ่งลืม
 
ก็รู้จักวิชานี้มาจากกันต์อะ บอกว่า summer ที่แล้วไม่ได้เรียนเลย ได้ A อ้าว หมวดมนุษย์ด้วย อย่างงี้จะเหลือหรอ ก็ลงเรียนเลย ก็ได้เรียนแหละ
 
เนื้อหาที่เรียนนะ สำหรับแท็ปชอบมากเลย ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับสถาปัตแบบพื้นฐานสุดๆ(ถ้าไม่ต้องวาดรูปเก่งถาปัดก็เป็นคณะที่น่าสนใจเลยนะนี่) ก็เรียน 2 คาบ ไปดูงานที่โรงแรม LUXX แถวสีลมคาบนึง สองรายงาน 2 ฉบับ แล้วก็ไปเที่ยว 3 วัน ก็นอนที่สถานีวิจัยสะแกราช(ติดกับป่าเขาใหญ่) กับสวนนงนุช ปราจีนฯ กลับมาส่งรายงานก็เสร็จละ
 
สบายที่สุดในโลก แต่ก็ไม่รู้จะได้เกรดอะไรอะนะ เดี๋ยวผลออกแล้วจะมาบอก ‘จารย์เค้าฝากโฆษณาวิชาด้วยอะ เปิดเฉพาะซัมเมอร์นะ รับไม่เยอะด้วยเพราะว่ามีงบไม่มาก

Meet the Robinsons

เมื่อวานนี้ก็ไปดูหนังอีกเรื่องอีกแล้ว เหลือหนังในตารางสองเรื่องที่คิดว่าจะไปดูแล้วยังไม่ได้ไปดู คือ Meet the Robinsons กับ Black book เลยโทรไปเช็คที่ Lido ว่าวันเนี้ย Black book ยังอยู่ป่าว(เพราะโปรแกรมหนังปกติจะเปลี่ยนทุกวันพฤหัสฯ) ก็ได้คำตอบมาว่าอยู่ถึง 30 เลยคับ ก็เลย ไปดู Meet the Robinsons MBK 21.10 80 บาท ดีกว่า กลัวมันออกด้วยแหละ
 
ก็ได้ดูที่โรง 7 อะนะ คนน้อยมาก(ในใจคิดว่าพรุ่งนี้ออกชัว เออ ไปเช็คดูดีกว่าว่าออกยัง เอ้อ ยังไม่ออกแฮะเหลืออีกรอบนึง)
 
เข้าเรื่องๆ
 
เป็นเรื่องราวของ ลูอิส เด็กกำพร้าคนหนึ่ง ซึ่งมีหัวสมองที่ปราดเปรื่องมักจะประดิษฐ์อุปกรณ์แปลกๆ ใหม่ๆ เสมอๆ(แต่มักจะใช้การไม่ได้) แต่ด้วยความฉลาดนี้เอง ทำให้ไม่มีคนยอมรับเลี้ยงเขาเป็นลูกบุญธรรม(เพราะรู้สึกว่าไม่เหมือนเด็กปกติ) ทำให้เขาคิดสร้างอุปกรณ์scanความทรงจำในสมอง เพื่อจะได้เห็นแม่เขาแล้วเขาจะได้ไปหา แต่แล้วก็เกิดอุปสรรคนิดหน่อย ทำให้เขาได้ไปยังโลกอนาคต และได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย
 
อยากจะบอกว่าภาพสวยมากกกกกก บางฉากคิดว่าเป็นตึกจริงๆ เลย และอย่างที่มีคนบอกเรื่องนี้สนุกกว่าที่ trailer แสดงให้เราเห็นประมาณ 100 เท่า ตอนแรกแท็ปก็แอบเบื่อๆ เหมือนกัน บวกกับคนดูน้อยโรงเลยเย็นมาก แย่ๆ แต่ดูไปๆ ยิ่งสนุก เนื้อเรื่องเข้มข้นเลยหละ มีการตัดไปอดีต อนาคต แล้วมาคลายปมตอนจบอย่างสมบูรณ์ด้วย
 
 
ใครจะไปดูเองห้ามอ่านข้างล่างนี้
 
 
 
 
พอไปโลกอนาคตแล้วลูอิสได้พบกับครอบครัวของคนที่พาเขาไป(the Robinsons)และเข้าใจในตัวของลูอิส(ครอบครัวนี้เห็นการประดิษฐ์อุปกรณ์แล้วพังเป็นสิ่งที่ดี) ทำให้ลูอิสอยากอยู่กับครอบครับนี้ แต่พอthe Robinsons รู้ว่าลูอิสมาจากอนาคตก็เลยพยายามบอกให้ลูอิสกลับไปที่โลกของตัวเอง สรุปก็คือ ลูอิสเป็นพ่อของคนที่พาเขามาโลกอนาคตนั่นเอง และตัวเขาในอนาคตนี่เองที่เป็นแกนหลักของthe Robinsons
 
 
 
 
สิ้นสุดเขตอันตราย
 
 
 
เรื่องอย่างเงี้ยเหมาะที่จะพาเด็กไปดูที่สุด แท็ปมั่นใจว่าเด็กๆ จะได้ข้อคิดอะไรมากมายจากเรื่องนี้ ไม่ใช่พาเด็กไปดู Pan’s Labrinth หรือ Hannibal –" ถ้าพาเด็กไปดูก็คงต้องเตรียมตัวตอบคำถามหน่อยเพราะเนื้อเรื่องอาจจะซับซ้อนไปหน่อยสำหรับเด็ก แต่ได้อะไรเยอะน้า
 
 
การที่เราไม่ถูกเลือก ไม่ใช่เราไม่มีคุณค่า ทุกคนมีคุณค่าอยู่ในตัวเอง ไม่ใช่ว่าเราไม่ดี แต่ไม่มีใครเหมาะสมเท่านั้นเอง
 
 
เราไม่สามารถกลับไปแก้ไขอดีตได้ สิ่งที่เราทำได้คือ ยอมรับมัน และก้าวเดินต่อไปด้วยความพยายาม มุ่งมั่น และจงมั่นใจ
"เราทำได้"   "Keep moving forward"
 
 
ปล. เป็นการเขียนblogโดยไม่ได้ใช้ลูกสาวเป็นครั้งแรกนะเนี้ย (อัพที่ห้องคอมคณะ)

ใส่ OST Me Myself ลงใน space

ส่วนหนึ่งแท็ปรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้(Me Myself)ซึ้งก็คือเพลงประกอบนั่นเอง ทั้งๆ ที่เป็นเพลงที่ทำออกมาก่อนหนังนานแล้วทั้งคู่ แต่เนื้อหากลับเหมือนแต่งเพื่อหนังเรื่องนี้มาก
 
เพลงแรก "ฟั่นเฟือน" ร้องโดย จันทนี กุลฑลจินดา Cover จาก Original คือผู้กำกับหนังเรื่องนี้เองแหละ เป็นเพลงที่สะกดแท็ปให้นั่งดู End credit ของหนังเรื่องนี้ไม่อยากลุกเลย
 
เพลงที่สอง "สิ่งที่ฉันเป็น" โดยวง Ebola เพลงนี้ชอบมานานแล้วแหละ ยิ่งมาประกอบหนังเรื่องนี้ ยิ่งลงตัว
 
ลองฟังกันดูละกาน
 
 
 
ปล. ไม่เคยใส่เพลงลง space เลย งงอยู่นานพอควร
ปล.2 กลัวว่าจะฟังกันไม่ได้เพราะไฟล์ที่ใช้ขนาดใหญ่เหมือนกัน(คือคิดว่าสมัยนี้Hi-speedกันหมดแล้วมั้ง) ถ้าฟังไม่ได้หรือมีอะไรติชมกับเพลงที่ใส่เพิ่มลงไปก็ ‘ment หน่อยละกัน ชอบหรือไม่ชอบ เสียงดังไปหรือยังไง จะได้ไปปรับ(เพราะแท็ปเคยเข้าไป space คนอื่นแล้วมีอารมณ์แบบกูไม่อยากฟังเพลงโว้ยไรงี้)
ปล.3 ขอให้มีความสุขกับการฟังเพลงครับ
ปล.4 เพิ่งรู้จากJemmyว่าใช้FireFoxฟังไม่ได้นะครับ(ไม่รู้ต้องลงplug in Windows media playerป่าว) และจากยูร์ว่าเน็ต 56k ก็ฟังไม่ได้นะครับเสียใจด้วย ไว้คุณๆกลับจากบ้านนอกแล้วค่อยฟังละกาน(ล้อเล่นน้าๆ)

แป๊ะหนังที่ได้ดูแล้วไม่ได้เขียนถึงหน่อย เดี๋ยวจะน้อยใจ

จุดประสงค์ของ space นี้ ที่เขียนบ่อยๆ เนี้ย อย่างนึงก็เพื่อนเก็บว่าได้ดูหนังอะไรไปแล้วบ้างด้วย
ที่ผ่านมาก็พยายามจะมาเขียนบันทึกไว้ว่าแต่ละเรื่องเป็นยังไง แต่ก็มีตกหล่นจนได้ ไม่ใช่ว่าไม่สนุกนะ แต่มันไม่มีเวลามา up space พอตอนนี้มีเวลามันไม่อยู่ใน mood ที่จะเขียนแล้ว ก็เลยจะแป๊ะไว้สั้นๆ ว่าเรื่องที่ตกหล่นไปมีไรบ้างละกัน มี 3 เรื่องอะนะ
 
1. 300 สนุกเหอะ ได้รับทุกอย่างที่คาดหวังไว้ก่อนไปดูว่าจะได้รับ
2. lumb of sugar เรื่องนี้ตอนแรกก็ไม่คิดจะไปดูหรอกเพราะคิดว่าคงไม่โดนเท่าไหร่เรื่องคนกะม้าเนี้ย แต่ได้ยินเจ๊เตยกะแมวน้ำร้องไห้ทั้งๆคู่ก็เลยไปดูหน่อย ก็okแหละใช้ได้เลย ก็มีฉากที่ทำเอาสะอึกเหมือนกัน แต่ประเด็นสำคัญจากการไปดูหนังเรื่องนี้คือ มีคนสูบบุหรี่ในโรงด้วย โดนอาเจ๊นั่งข้างหลังแท็ปปาน้ำแข็งใส่เลย ดุเดือดมาก 555
 
3. เมย์นรก เรื่องนี้คิดว่ายังไงก็ต้องไปดู แต่เออไม่เห็นมีเหตุผลเลยแฮะ มีกระแสมาว่าสนุกแบบหึๆ ไม่ก๊าก แต่ดี ก็เลยตกลงใจไปดู เรื่องความตลกก็อย่างที่เค้าว่ากันอะแหละ ตามนั้น แต่คุณค่าที่ได้สิ อยากให้คนไทยที่ไปดูรู้จักมัน "การให้อภัย"
 
หลังๆ มานี่เริ่มรู้สึกว่าจะโดนกับหนังที่สื่ออารมณ์ออกมาเรียบๆ ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน คือ ถ้าหนังต้องให้คิด ก็จะคิดตอนแรกก็จะคิดไม่ทันอารมณ์ของหนัง พอเริ่มคิดได้ก็จะหาเหตุผลนู้นเหตุผลนี้มาอยู่นั่นจนบางทีก็ไม่ได้สิ่งที่หนังอยากจะสื่อไป แต่ถ้าเป็นหนังที่เข้าใจง่ายๆ ก็จะไม่ต้องใช้ความคิดอะไรมาก ให้อารมณ์หนังพาไปอย่างเดียวก็เลยอินได้มั้ง วันหลังต้องพยายามคิดให้ทันละ

Me Myself – do u walk in ur preferring step?

ตอนแรกกะว่าจะอัพเรื่อง trip วิชา UnderSt Arch แต่ดันมี interrupt ซะก่อนจากการที่ไปดู Me Myself มา
 
 
เข้าไปดูสาย 15 นาทีแหละ หนังเริ่มไปแล้วแต่คิดว่าไม่นานเพราะยังดูรู้เรื่องอยู่ อารมณ์ของหนังจะประมาณหลอกให้คุณยิ้มซัก 40% หลังจากนั้นคุณจะเศร้าไปอีก 60%
แท็ปหรอ ก็แอบอินเกือบร้องไห้แหนะ โดยตัวเรื่องจริงๆ คงไม่ตรง แต่มีบางอย่างที่ทำให้อินไปกับหนังได้ ขอไม่อธิบายละกัน อยากเก็บเอาไว้
 
สิ่งที่ประทับใจในจากเรื่องนี้อย่างนึงเลยคือมันทำให้คุณเศร้าได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการ "ตาย"
 
ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในการเรียกน้ำตาของหนังเรื่องอื่นๆ ซึ่งไม่เคยจะทำให้แท็ปซึ้งด้วยเลย แต่เรื่องนี้ไม่ได้ใช้วิธีนั้นซึ่งเศร้าอะ
 
 
ก็แอบมาเป็นหน้าม้าละกัน แต่ทั้งหมด ทั้งหลายทั้งปวงคือความเห็นส่วนตัว คุณอาจจะไม่ชอบก็ได้ แต่ส่วนตัวแท็ปคิดว่าตังที่เสียไปแลกกับหนังรักของไทยเรื่องนึงที่นานๆ จะแหวกหนังผีกับหนังตลกออกมาได้ แค่นี้ก็เพียงพอที่แท็ปจะตัดสินใจไปดูแล้วหละ
 
คุณสามารถเลือกทางเดินของคุณได้
 
รักคนอ่าน
 
แท็ป

Am i going to the right way?

My name is Nuttanart Pornprasitsakul. 20 years old. Studying Computer Engineering at Chulalongkorn University. Going to be junior. I think I’m not same as นายณัฐนาท พรประสิทธิ์สกุล ซึ่งอายุ 15 ปี กำลังจะขึ้นม.4 โรงเรียนสุรวิทยาคาร จังหวัดสุรินทร์ มีหลายๆ สิ่งในตัวแท็ปที่เปลี่ยนไปมาก ทั้งภายในและภายนอก แท็ปคิดว่าเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมที่ทำให้แท็ปเปลี่ยน เพราะทุกอย่างรอบกายตอนนี้ ณ เวลานี้ ก็ไม่มีอะไรเหมือนเดิมเช่นกัน แต่ก็นั่นแหละทุกสิ่งทุกอย่างก็ย่อมต้องเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมดา ตัวแท็ปเองก็คงเปลี่ยนไปอีก ก็เลยอยากของหยุดเวลาตอนนี้ไว้ สำรวจตัวเอง บันทึกเอาไว้หน่อยว่าตอนนี้ แท็ปคนนี้เป็นยังไง
 
 
 
แท็ปคนนี้เป็นคนที่มีหลักยึดเกาะของตัวเองทำตามสิ่งที่ตัวเองเชื่อเท่านั้น แต่สิ่งที่เชื่อนั้นก็พร้อมที่จะเปลี่ยน พยายามจะทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ดี เท่าที่ความสามารถจะทำได้ แต่ไม่ได้ขวนขวายหรือกดดันตัวเองให้ทำสิ่งต่างๆ ทำแค่สิ่งที่ตัวเองตอนนี้รู้สึกว่าถูก รู้สึกว่าดี แปลก พยายามไม่เหมือนคนอื่น ทำอะไรที่ไม่ทำให้เกิดความทุกข์ ความลำบากใจ แน่นอนการที่เราทำตามใจตัวเองเช่นนี้ ก็ต้องมีคนที่ไม่ชอบ ไม่เข้าใจอยู่มาก วิธีที่คนอื่นจะทำให้แท็ปเปลี่ยนไปทำอย่างที่เขาต้องการก็มีคือการทำให้แท็ปรู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำมันถูก แท็ปก็พร้อมจะเปลี่ยนเหมือนกัน



แท็ปเป็นคนเชื่อคนง่าย จึงไม่ชอบให้ใครมาหลอก เกลียดการหลอกลวงพูดปด เสแสร้ง fake ทุกชนิด ถ้าใครเข้ามาตรงๆ ไม่ว่าจะแรงขนาดไหนรับได้เสมอ ชอบคนที่เข้ามาด่าตรงๆ มากกว่าคนที่เข้ามาแอบๆ ทำ ปากอย่างใจอย่าง รู้สึกไม่ค่อยชอบคนที่พูดเพราะมากๆ

แท็ปเกลียดความอยุติธรรม แต่ก็รู้สึกว่าบางครั้งสังคมก็พยายามทำให้ความอยุติธรรมเหล่านั้นเป็นเหมือนเรื่องปกติ จนบางครั้งแท็ปก็เผลอไผลไปกับมันเหมือนกัน

แท็ปใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตอยู่คนเดียว สามารถทำอะไรต่างๆคนเดียวโดยไม่ได้มีเพื่อนทำด้วยได้ แต่ก็จะพยายามไปช่วยสิ่งที่เพื่อนต้องการให้ทำอย่างเต็มที่ เรียกร้องสิ่งต่างๆ จากคนรอบข้างน้อยที่สุด แต่พยายามทำให้พวกเขามากที่สุด

แท็ปมีความชอบและศรัทธาในคนที่เสียสละตนเองทำเพื่อผู้อื่น อยากเป็นได้แบบเค้า ถึงกระทั่งคิดว่าหากได้ช่วยเด็กจากการถูกรถชนแล้วเราตายก็จะรู้สึกภูมิใจอย่างที่สุด

แท็ปชอบคนขยันขันแข็งตั้งใจทำงาน ถือคนเหล่านั้นเป็นตัวอย่าง พยายามทำให้ได้แบบเค้า แต่ยึดคติตามด้านบน ต้องไม่เครียด ต้องผ่อนคลายตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อสุขภาพในการทำต่อๆไป เวลาทำงานหนักแค่ไหนจะไม่บ่น จะพยายามทำให้เสร็จ หลังจากนั้นแล้วหากรู้สึกว่างานนั้นทำให้เป็นทุกข์ หนักหนาเกินไปก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมันอีก

แท็ปเชื่อว่าผู้หญิงอย่างไรก็คือผู้หญิง ไม่ว่าบุคลิกลักษณะเค้าจะเป็นอย่างไร แต่ผู้หญิงต้องการการช่วยเหลือ ดูแล เอาใจใส่ทุกคน

แท็ปจะพยายามแก้ไขปัญหาทุกอย่างที่ตัวเอง แท็ปเชื่อว่าปัญหาทุกชนิดเกิดขึ้นที่ตัวเราสร้างขึ้นเองทั้งนั้น
 
 

 

ปัจจุบันนี้แท็ปกำลังเดินตามเส้นทางนี้อยู่ เส้นทางที่เชื่อว่าเป็นทางที่ดีที่สุด รู้สึกเสียดายเวลา ผิดหวังกับบางเส้นทางในอดีตที่ใช้ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่แท็ปทำอยู่ในปัจจุบัน ถูกหรือไม่คงไม่มีใครช่วยตอบได้ เอาไว้ให้แท็ปในอนาคตมาตัดสินละกัน
 
 
Otherwise, this is the right way or not but now I’m on my way.

Pan’s & Pain

เย็นวันที่ 12 กะว่าจะไปดู con B5 ที่ central world ซะหน่อย ไปถึงเค้าดันเลิกไปซะแล้วนี่ เหลือแต่ Joeyboy แสดงอยู่ ไอ่เราก็ไม่เอะใจเลยที่สองวงจะแสดงเวลาเดียวกันในที่นั้นได้ (ถึงแม้จะมีสองเวทีก็ตาม) ก็ทำให้เพื่อนร่วมทริป(พี่เตย, กานต์, อิ๋ว) ผิดหวังเล็กน้อย ก็เลยตัดสินใจไปดูหนังกันซะเลย Pan’s Labyrinth รอบ 20.20 โรง 3 SF World คับ
 
Pan’s Larybrinth
เรื่องนี้กล่าวถึงเด็กสาวคนนึงซึ่งพยายามจะหนีออกจากโลกซึ่งเต็มไปด้วยความโหดร้าย ไปเป็นเจ้าหญิงในดินแดนแห่งเทพนิยายซึ่งได้อ่านมาตั้งแต่สมัยเด็กจนปัจจุบัน
 
ติด rate R ด้านภาพและคำ ด้วยน้า ต่ำกว่า 18 ก็อย่าไปดูละกัน มันโหดจริงๆ แล้วก็เตือนคนที่คิดจะไปดูหนังแฟนตาซี ก็เปลี่ยนโปรแกรมเฮอะๆ มีแฟนตาซีให้ดูแค่ใน trailer เท่านั้นแหละ นอกนั้นหรอ เฮอะๆๆ
 
โลกแห่งความจริง ถึงแม้จะโหดร้ายเพียงใด หากเราคิดเพียงแต่จะหนีจากมัน กลับยิ่งเป็นการดึงรั้งให้เราจมอยู่กับที่ เพียงแต่เรายอมรับ และต่อสู้ทำมันอย่างเต็มที่ เข้มแข็ง โลกแห่งความจริงอันโหดร้ายมืดมนนั้น จะต้องกลายเป็นโลกที่สว่างสดใส เต็มไปด้วยความสุขได้อย่างแน่นอน
 
 
 
 
วันที่ 13 หลังจากไปทริป 8 วัด(คนอื่นเค้าไปกันต่อแต่แท็ปกลับก่อน) ออกตั้งแต่เช้ากลับมาถึงก็ประมาณ 6 โมง ไม่รู้จะทำไร ก็เลยคิดว่าจะไปเก็บอีกสักเรื่องนึง

Confession of Pain
ตำรวจหนุ่มซึ่งแฟนสาวฆ่าตัวตายในห้องพัก จึงลาออกมาทำอาชีพนักสืบ และได้รับสืบคดีการตายของพ่อของแฟนของหัวหน้าเก่า

เรื่องนี้ไม่เป็นเรื่องหักเหลี่ยมเฉือนคมซะทีเดียว แล้วก็ไม่บู๊กันซักเท่าไหร่ ออก drama ซะมากกว่า แต่แท็ปเหนื่อยมากก็เลยมีงีบๆ ไปทำให้อารมณ์ไม่ค่อยถึงเท่าไหร่ เสียดายๆ พยายามฝืนเต็มที่แล้วนะ
 
 
หากไม่รู้จักการให้อภัย เราก็ยังคงจะต้องสูญเสียต่อไป