องค์กรเปิด

ไม่รู้ว่าจะมีท่านใดมีความเชื่อเหมือนกับผมหรือเปล่าว่า การที่องค์กรใดๆ มีความเปิดเผย โปร่งใส ตรงไปตรงมา ความรู้ส่งผ่านภายในองค์กร มีความซื่อสัตย์ เชื่อถือได้ มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นสิ่งที่ส่งผลแก่ความสุขของคนในองค์กร และความสำเร็จขององค์กร

สิ่งที่ผมเห็นคือ องค์กรส่วนใหญ่คาดหวังความเปิด แต่กลับสร้างวัฒนธรรมปิด ซึ่งอาจจะเกิดโดยความเคยชิน ธรรมเนียมปฏิบัติ หรือความตั้งใจก็ตาม ซึ่งแท้จริงแล้ววัฒนธรรมปิดเหล่านั้นมีความจำเป็นแค่ไหน หรือได้สร้างความแตกต่างกับการไม่ปิดเพียงใด ส่งผลเสียเพียงใด ไม่มีใครคิดถึงอย่างจริงจัง

ความปิดทั้งหลายที่ผมได้พบมา และผมเชื่อว่าเป็นความปิดที่ไม่จำเป็น ซึ่งส่งผลให้องค์กรมีวัฒนธรรมปิด มีตัวอย่างดังนี้

การลิมิตการเข้าถึงทรัพยากรขององค์กร การที่กลุ่มคนบางกลุ่มมีสิทธิ์ในการเข้าถึงทรัพยากรบางอย่างเพียงกลุ่มเดียว

=> องค์กรควรใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่ามาที่สุดกับทรัพยากรที่ได้จ่ายเงินลงไป การเปิดให้ทุกคนได้เข้าถึงทรัพยากร อาจจะทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ที่คิดไม่ถึงก็เป็นได้

การจ้างงาน ทุกอย่างถูกปิดเป็นความลับ จนถึงวันเริ่มงานวันแรกของคนใหม่

=> การเปิดเผยไม่เห็นมีข้อเสียใด แต่กลับมีข้อดีได้ด้านความตื่นเต้น และอาจซื้อใจคนที่กำลังจะตัดสินใจออกจากองค์กรไปก็ได้

สถานการณ์เงิน องค์กรมีวิกฤตการเงิน กำลังจะไม่สามารถจ่ายค่าจ้างได้ ถูกยื้อไว้จนนานีสุดท้าย หลังจากที่จ่ายเงินเดือนล่าช้าแล้ว

=> ถ้าองค์กรอยู่ในสถานการณ์ที่จะไม่สามารถจ่ายเงินเดือนได้แล้วจริงๆ ผมว่าควรจะบอกพนักงานให้ได้รับทราบ และเตรียมตัว พูดคุยอย่างตรงไปตรงมา สิ่งเหล่านี้ปิดได้ไม่มิด ถ้าถูกปิดไว้จะทำให้พนักงานกังวล และเสียเวลาช่วงนั้นไปโดยเปล่าประโยชน์

คุยในที่ลับ

=> ผมเข้าใจว่าบางเรื่องเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ผมเชื่อว่าเกิน 50% ของเรื่องที่พูดคุยกัน ของการที่ต้องดึงคนออกไปคุยกันในที่ลับเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นที่จะต้องปกปิด การคุยกันในที่ลับนี่ส่งผลให้เกิดการพูดคุยลับหลัง และวัฒนธรรมการซุบซิบนินทา ทุกคนควรเรียนรู้ที่จะรับความจริง

การปิดบังเงินเดือน

=> ผมมองว่าการที่องค์กร มีข้อห้ามเปิดเผยเงินเดือนเป็นเพราะอยากกดรายได้ของพนักงานให้ต่ำที่สุดที่จะดึงพนักงานไว้ได้ ผมไม่เชื่อว่าถ้าองค์กรจ่ายให้พนักงานสูงกว่าที่พนักงานจะหาได้จากที่อื่นแล้ว พนักงานยังจะมีปัญหากับรายได้ที่ต่างกันของแต่ละคน ผมมองว่าบุคลากรคนสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด ควรลงทุนกับด้านนี้ให้มาก

การปิดการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ และการอัพเดตใหม่ จนถึงวันที่กำหนด

=> ถ้าองค์กรไม่ได้มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ตั้งตารอคอยจริงๆ ไม่มีใครสนใจหรอกว่าจะเปิดตัวเมื่อไหร่ การปิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับด้านพัฒนาซอฟต์แวร์ ส่งผลเสียหลายด้าน เช่น การไม่มีโอกาสได้ทดสอบบนสถานการณ์จริง การที่ต้องปกปิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างจนกว่าจะถึงวันที่กำหนด มันไม่ได้มีผลดีอะไร การพัฒนาไปเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ต้องคิดน้อยลง การบอกผู้ใช้งานว่าเรากำลังพัฒนาอยู่ ผมเชื่อว่าผู้ใช้งานเข้าใจ และชอบเห็นการพัฒนาของสิ่งที่ตัวเองใช้อยู่

การปิดข่าวพนักงานออก จนวันท้ายๆ

=> การบอกให้เพื่อนร่วมการรู้ตั้งแต่เนิ่นๆ ผมว่าไม่มีผลเสียใดๆ ถ้าพนักงานขององค์กรมีคุณภาพจริงๆ ไม่มีใครจะสติแตก หรือลาออกตามคนอื่นไปหรอก เว้นเสียแต่ว่าเป็นการออกอย่างไม่ยุติธรรม หรือมีบางส่ิงแอบแฝง

หลายๆ อย่างที่ผมกล่าวในนี้บางท่านอาจจะคิดว่ามันเป็นจริงไม่ได้หรอก ผมเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน(อ้าว) มันไม่มีทางเป็นจริงได้ทั้งหมด แต่ผมเชื่อว่าเราควรนำทางองค์กรไปในทางเปิดให้ได้ไกลที่สุด ส่วนเรื่องปิดเราจะทำกันโดยสัญชาติญานอยู่แล้ว 

ผมเชื่อว่าการสร้างวัฒนธรรมเปิดจะนำสิ่งดีๆมาให้แก่องค์กรครับ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s