อยากรู้คุณชอบแบบใด -> ตรงไปตรงมา,ตัวใครตัวมัน vs มีน้ำใจ,คอรัปชั่น

เมื่อกี้นั่งตามข่าวคลื่นกรีนเวฟ ที่มีข่าวว่าอาจจะถูกระงับการเผยแพร่ในต้นปีหน้า เนื่องด้วยเป็นความถี่ของ กสทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำลังจะร่างกฎหมายประมูลคลื่นใหม่เพื่อความเป็นธรรม ไม่อุปถัมภ์เอกชนรายใดรายหนึ่ง และตอนนี้กฎหมายยังไม่เสร็จ จึงไม่มีสิทธิ์ที่จะให้กรีนเวฟ(และคลื่นอื่นๆ อีกราว 30 คลื่นทั่วประเทศ)ต่อสัญญา

ผมว่าปัญหา คือ คนที่ให้ข่าวนี้ดันไปพูดว่า ไม่ให้ต่อสัญญาเพื่อ”เอาคลื่นไปทำประโยชน์” ทำเอาทั้งดีเจและแฟนๆกรีนเวฟเต้นกันยกใหญ่ ว่าที่ผ่านมาคลื่นไม่ได้ทำประโยชน์หรืออย่างไร

อันนี้ผมเข้าใจว่าเป็นความผิดพลาดทางด้านการสื่อสาร ความจริงที่เค้าต้องการจะสื่อคือ ไม่สามารถให้องค์กรมีผลกำไรได้รับสิทธิ์ไปได้ในช่วงนี้ จึงต้องเอาไปทำสิ่งที่ไม่มีกำไร แต่จะพูดแบบนี้ก็ดูไร้ค่าเลยเติมว่า”มีประโยชน์”เข้าไป กลายเป็นเรื่องเลย

และตอนนี้มีคนบ่นๆ ว่าดีเจกรีนเวฟ ทำตัวเป็นเด็ก เพราะออกมาเรียกร้องว่าตัวเองไม่ได้ทำประโยชน์หรือ อันนี้อยากให้ลองดู timeline twitter ดีๆ มันเป็นช่วงแรกๆ ที่ออกข่าว อีกฝั่งหนึ่งให้ข่าวมาแบบนั้น ทางนี้ก็ต้องมีปฏิกิริยาแบบนี้เป็นธรรมดา ผมสังเกตว่า tweet หลังๆ ก็ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว

เกริ่นมาซะยาว จะเล่าสั้นๆ ก็กลัวไม่เข้าใจ เข้าเรื่องจากหัวข้อละนะครับ

คือ จากที่ตามข่าวรู้สึกว่าพอมีเสียงจะคนฟังกรีนเวฟโวยวายไปมากขึ้น มันเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงในทางฝั่ง กสทช. ด้วยคำที่ว่าเรารับฟังประชาชน เค้าฟังจริงๆ และเริ่มคิดมากขึ้น จากในตอนแรกที่เสียงค่อนข้างแข็งว่าต้องทำตามหลักการ และกฎหมาย

ผมว่าเรื่อง หลักการ และความรู้สึกเนี้ย มันเป็นเรื่องที่พูดกันยากมาก

ถ้าไม่ทำตามหลักการ ความเป็นระเบียบก็ไม่เกิดสักที แล้วความรู้สึกนี่เป็นของคนจำนวนเท่าใด คนน้อยเสียงดัง(มีอำนาจ)หรือเปล่า ทุกเรื่องมีทั้งคนได้และคนเสียประโยชน์ ถ้าทำตามความรู้สึก แล้วเรื่องที่มีคนมีส่วนได้ส่วนเสียทั้งสองฝั่งหละ เช่น การเมืองในตอนนี้และช่วงที่ผ่านๆ มา

แต่ถ้าไม่สนใจความรู้สึก คุณรู้ได้อย่างไรว่าหลักการถูกจริง และถ้าทุกอย่างเป็นหลักการหมด ผมเชื่อว่าประเทศไทยจะไม่มีสังคมช่วยเหลือ มีน้ำใจแบบนี้

เรื่องนี้มันทำให้ผมนึกย้อนไปถึงเรื่อง BRT ในช่วงแรกที่ BRT ไม่ต้องติดไฟแดงและห้ามรถยนต์เข้ามาวิ่งในเลน BRT ซึ่งผมก็คิดว่าถูกแล้ว เพราะผมไม่มีรถ แต่พอคนใช้รถออกมาโวยวายและคนใช้รถก็มีแต่คนที่ใหญ่ๆ โตๆ เสียงดังด้วยสิ ก็มีการเปลี่ยนแปลง

ผมว่าเรื่องนี้มันเกิดจากประเทศไทย เป็นประเทศที่เราภูมิใจและมีความสุขกับการช่วยเหลือเกื้อกูล แต่ผมก็คิดว่ามันเป็นรากฐาน ทำให้ประเทศเราอุดมไปด้วยคอรัปชั่น การช่วยเหลือทางด้านธุรกิจอย่างไม่เป็นธรรมเหมือนกัน ซึ่งผมเกลียดเรื่องพวกนี้มาก

แต่สิ่งที่ผมคิดคือ เราไม่มีทางที่จะได้ประเทศที่ ไม่มีคอรัปชั่น แต่มีความช่วยเหลือเกื้อกูล(ในสิ่งที่ถูกเสมอ) ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน

เราต้องเลือกซักอย่าง ว่าเราจะเป็นประเทศที่ตรงไปตรงมา แต่อยู่กันแบบตัวใครตัวมัน หรือจะเป็นประเทศที่ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน มีน้ำใจ แต่คอรัปชั่น

ส่วนตัวผมตอนนี้ หลังจากที่ผมเข้าใจเรื่องนี้ ผมยอมรับกับการคอรัปชั่นไปแล้ว ผมเลือกประเทศที่ช่วยเหลือเกื้อกูลครับ

อยากรู้ว่าคนอื่นคิดอย่างไร

ผมเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่น่าจะคิดเหมือนผม เพราะเราโตกันมาแบบนี้ จริงหรือเปล่าครับ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s