ความอยากดูหนังที่หายไป

ถ้าคุณได้ติดตาม blog ของผมมาโดยตลอด 3 ปีกว่าๆ จะพบว่า blog ที่ผมเขียนถึงส่วนมาก เป็นเรื่องเกี่ยวกับภาพยนตร์ที่ผมได้ไปดูมา แต่พักหลัง blog ของผมห่างหายไป ไม่ได้ดูหนังแล้วหรือ? หรือขี้เกียจเขียนแล้ว? ณ ตอนนี้มีอารมณ์เขียน blog แล้ว จะมาแถลงไขให้ฟังกันครับ

มาเล่ากันก่อนว่าทำไมถึงชอบดูหนัง?

ความสุขสนานอย่างหนึ่งในช่วงเวลา 3 – 4 ปีที่ผ่านมาของผม คือ การศึกษาคน ผมชอบและสนใจ นิสัย อารมณ์ของคนในแบบต่างๆ ว่านิสัยอารมณ์แบบนี้ มีที่มาอย่างไร อาการเป็นอย่างไร จะไปต่ออย่างไร คนรอบข้างจะต้องทำตัวอย่างไร และเราจะช่วยเขาได้อย่างไร ผมจึงชอบมากกับการที่ได้คุยกับคนอื่นถึงความรู้สึก ที่มาและแรงจูงใจ  ในขณะที่เค้าโกรธ ไม่พอใจ ไม่มีความสุข การตัดสินใจครั้งสำคัญต่างๆ ฯลฯ บางครั้งก็กลายเป็นโอกาสให้ผมได้ช่วยให้คำปรึกษา ซึ่งทำให้ผมยินดีและมีความสุขเสมอ แต่แค่นั้นยังไม่จุใจ ผมจึงไปรับและศึกษาคนจากสื่ออื่นๆอีก เช่น ฟังวิทยุ และดูภาพยนตร์

มีอยู่ช่วงหนึ่งผมเป็นแฟนรายการ Club friday อย่างเหนียวแน่น ต้องฟังทุกอาทิตย์ เพราะจะได้ยินเรื่องราวต่างๆ ที่เข้มข้น แบบที่หาฟังจากที่อื่นได้ยาก แถม Dj ยังให้คำแนะนำและกำลังใจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

การดูหนังก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการศึกษาคนของผม หนังมีความพิเศษกว่าละคร ตรงที่เราจะได้เห็น ลักษณะของคนในแบบต่างๆ ภายในเวลาสั้นๆ อย่างเข้มข้น เห็นตั้งแต่ที่มา ปัจจุบัน และอนาคตของเขาอย่างรวดเร็วในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยผมจะชอบมากกับหนังที่มีโจทย์ให้ตัวละคร แบบที่ว่าถ้าเราลองสมมติว่าตัวเราเป็นตัวละครตัวนั้น เราก็ไม่รู้ว่าจะเลือกทำอย่างไร เลือกทางไหนดี

ที่ผ่านมาผมจะเลือกดูหนังที่ได้ยินคนบางกลุ่มบอกว่าดีอยู่เสมอ โดยเวลาได้ยินคนบอกว่าหนังเรื่องนี้ดี ผมจะต้องประเมิณดูคนพูดก่อนว่าคนพูด คือ ใครนิสัยอย่างไร ชอบดูหนังแบบใด เพราะคนเราจะมีสไตล์หนังที่ชอบที่แตกต่างกันอยู่ ส่วนตัวผมชอบดูหนังที่มีเนื้อหาดี เนื้อหาสำคัญที่สุดสำหรับผม ตามมาด้วย การแสดง และ production โดยผมจะเป็นแฟน blog ของจิตแพทย์ท่านหนึ่ง ที่ใช้นามแฝงว่า ผมอยู่ข้างหนังคุณ เรื่องไหนที่เขาบอกว่าชอบ บอกว่าดี ผมก็มักจะชอบเช่นกัน ตรงกันกับทางของผมอยู่เสมอๆ

ผมเคยดูหนังถึงเดือนละ 10 เรื่อง น่าจะเป็นช่วงใกล้ๆ การประกาศรางวัลออสการ์ซักปีหนึ่ง ที่มีหนังที่เข้าชิงออสการ์พาเหรดกันเข้าเต็มไปหมด โรงหนังเครือ Apex เป็นโรงที่ผมเป็นแฟนประจำ (ผมได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ตอนเรียนมหาวิทยาลัยให้ได้ดูด้วยตั๋วฟรีจากโรงในเครือนี้มาแล้วถึง 11 รอบ) แต่ถ้าหนังตลาดทั่วไปที่ไม่เข้าโรงพวกนี้ ผมก็สลับสับเปลี่ยนไปดูโรงต่างๆ บริเวณสยาม ขึ้นอยู่กับว่ามีรอบลดราคาที่โรงใด เวลาใดที่เหมาะสมกับผม

ทำไมถึงต้องไปดูหนังที่โรง? ดูหนังแผ่นก็ได้ bit มาดูก็ได้ เรื่องนี้มีหลายสาเหตุ

  • ความหลังฝังใจ ผมเคยได้ยินหนังเรื่องหนึ่งมีคนกล่าวขวัญกันมากมายว่าดีมากสนุกมาก แต่ผมพลาดไม่ได้ดู แล้วพอผมมาดูย้อนหลังผมรู้สึกไม่สนุกเลย ถึงขั้นหลับหน้าจอ จึงเป็นเหตุให้ตั้งใจกับตัวเองไว้ว่า จะพยายามไปดูหนังที่เค้าว่าดี ภายในโรงให้ได้ (เรื่องนั้นคือ United 93)
  • ความอยากดูเร็วๆ ช่วงที่ติดตามมาๆ มีหนังใหม่ก็อยากดูตามกระแส เป็นธรรมดา
  • ความผ่อนคลาย เวลาเข้าโรงหนัง ถ้าได้เจอกับหนังดีๆ ไม่ว่าเราจะทำอะไรมาเหนื่อยแค่ไหนมาก่อน ขณะดูเราจะโดนดูดเข้าไปในหนัง ลืมเรื่องเหนื่อยๆ มึนๆ ทั้งหลายหมดสิ้นเมื่อจบออกมา บางครั้งถึงขั้นงงๆ เดินไปต่อไม่ถูก โทรศัทพ์กลับไปหาคนที่โทรมาตอนดูอยู่แล้วไม่ได้รับ ก็พูดไม่รู้เรื่องเลยทีเดียว
  • ความคุ้มค่า ผมรู้สึกว่าถ้าจะดูหนังแต่ละเรื่องให้ได้รายละเอียดสูงสุดจริงๆ เราต้องใช้สมาธิอย่างมาก บรรยากาศของโรงหนังเป็นที่ๆ ทำให้ผมเกิดสมาธิในการดูได้มากกว่า

พอดูหนังจบ ด้วยความเสียดาย ไม่อยากให้จบและลืมเลือนไป ผมจึงเอามาเขียนลงใส่ blog ส่วนตัวไว้ โดยตั้งใจไว้ว่า จะเขียนถึงทุกเรื่อง โดยหวังว่าวันหนึ่งที่เวลาผ่านไปเราได้กลับมาอ่าน blog เหล่านี้อีกครั้ง คงจะได้อะไรบ้างแน่นอน

ความหมดอารมณ์

พอมาถึงวันนี้อารมณ์ในการอยากศึกษาคนของผมหมดลดน้อยลง ผมเริ่มสามารถแบ่งกลุ่มและลักษณะนิสัยคนออกได้เป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้คร่าวๆ แล้ว ซึ่งผมคิดว่าผมน่าจะทำได้เพียงเท่านี้ เพราะคนแต่ละคนสุดท้ายก็มีจุดลักษณะนิสัย ที่ไม่เหมือนคนอื่นอยู่ดี เราก็ต้องศึกษาเป็นคนๆ ไปในสถานการณ์จริง การสร้างฐานความรู้เรื่องคนของผมเริ่มสนุกน้อยลง ผมเริ่มเจอปัญหาซ้ำๆ เดิมๆ มากขึ้น ผมคุยกับคนน้อยลง ผมหยุดฟัง Club friday และผมก็ดูหนังน้อยลงด้วย

ผมยังเชื่อว่าหนังดีๆ ยังอยู่ในโรงอยู่ตลอด แต่ด้วยความอยากดูที่น้อยลง ความอยากทำอย่างอื่นที่มากขึ้น ผมจึงตัดหลายๆ เรื่องออกไป ตามความขี้เกียจ

เรื่องที่ค้างยังไม่เขียน

มีหนังอีกหลายเรื่องที่ผมดูในช่วงหลังๆ มานี้แล้วยังไม่ได้เขียนถึง คือ เรื่องเหล่านี้

  • Iron Man 2
  • The Twilight Saga: Eclipse
  • Inception
  • Despicable Me
  • บุญชู 10 จะอยู่ในใจเสมอ
  • กวน มึน โฮ
  • Toy Story 3

ผมยังคงดูหนังอยู่เรื่อยๆ แต่คงลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อนมาก และคงมาเขียนถึงแค่บางเรื่อง ตามใจอยากเท่านั้น

ผมขอขอบคุณทุกท่านที่เคยผ่านเข้ามาพูดคุยกัน แชร์ประสบการณ์ให้รับฟัง ทุกๆคนเป็นส่วนหนึ่งให้ผม เป็นผมคนนี้ในปัจจุบันนี้ ซึ่งผมยินดีและมีความสุขกับตัวผมในปัจจุบันมาก

และที่ขาดไม่ได้ขอขอบคุณทุกคนที่เคยได้ดูหนังร่วมกันมากับผมครับ

ขอบคุณครับ

Advertisements

2 thoughts on “ความอยากดูหนังที่หายไป

  1. pphetra

    ถ้าเรื่องพฤติกรรมคน, tap อ่านหนังสือชื่อ “Switch: How to Change Things When Change Is Hard” หรือยัง เขียนได้ดีมากนะ (มีขายที่ kino แล้ว)

    Reply
    1. TAP Post author

      ยังเลยครับ เคยเห็นพูดถึงกันอยู่ใน twitter เมื่อซักพักนึงมาแล้ว เดี๋ยวจะลองไปหามาอ่านดูครับ

      Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s