The Conflict

ช่วงนี้รู้สึกว่าเลือกหนังที่จะดูมากขึ้น คราวนี้ก็ไปดูมาสองเรื่อง
เรื่องแรกไปดูมาสักพักแล้ว แต่ที่ผ่านมาค่อนข้างยุ่ง ไม่มีเวลามาเขียนถึง
ส่วนอีกเรื่องเพิ่งไปดูกลับมาสดๆ ร้อนๆ เมื่อวานนี้นี่เอง

มาเริ่มกันที่เรื่องแรกกันเลย

UP

เรื่องนี้คิดว่าคงไม่ต้องพูดอะไรมาก คิดว่าทุกคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี และส่วนมากคงได้มีโอกาสรับชมกันแล้ว

ในส่วนตัวแท็ปดูเรื่องนี้แล้วถึงกับน้ำตาซึมทีเดียว (ถือว่าสปอยด์หรือเปล่าเนี้ย 55) ไม่เสียแรงที่มาจาก Disney Pixar ค่ายที่แท็ปคาดหวังกับเนื้อเรื่องไว้มาก เพราะถือว่าทำ Animation ได้เนื้อเรื่องเข้มที่สุด ไม่เนื้อหาง่อยๆ เหมือน animation เจ้าอื่นๆ แน่นกว่าหนังคนแสดงหลายๆ เรื่องด้วยซ้ำ

ตรงนี้ก็จะขอเล่าถึงจุดที่ชอบไม่ชอบต่างๆ ละกัน

สปอยด์อย่างแน่นอน เหมาะสำหรับคนที่ดูมาแล้ว เพราะไม่งั้นคงอ่านไม่รู้เรื่อง

ชอบ

Partly cloudy การ์ตูนเปิดเรื่อง เพียงแค่ไม่กี่นาที แต่เนื้อหาสาระครบถ้วน จี๊ดจริงๆ โดยเนื้อหาสื่อถึง การใช้ชีวิตคู่ ที่บางครั้งอาจจะมีผิดพลาด ผิดพลั้ง ในบางเรื่องก็ไม่ดีเหมือนคู่อื่นๆ บ้าง แต่ถ้ารักกันจริง ก็ยังสามารถอยู่ร่วมกันต่อไปได้ เพียงแค่เข้าใจและยอมรับจุดด้อยของกันและกัน มองเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก มองเรื่องเล็กให้ไม่เป็นเรื่อง มองเรื่องแย่ให้เป็นเรื่องดี ก็จะสามารถอยู่ด้วยกันต่อไปได้นานเท่านานแล้ว

ฉากที่ทำให้ร้องไห้ ส่วนตัวมีสองฉาก

ฉากแรก ฉากเรื่องสั้นเล่าชีวิตคู่ มันเจ๋งมาก เพียงแค่ไม่กี่นาทีเช่นกัน กับการ์ตูนเงียบ แต่ทรงพลังยิ่งนัก ประเด็นที่ทำให้จี๊ดมาก คือ ฉากทุบออมสิน เมื่อมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงิน เพราะส่วนตัวสำหรับชีวิตคู่ก็หวังเพียงแค่นั้นเอง ขอเพียงทั้งสองคนเข้าใจ ใช้ชีวิตทุกวันอย่างมีความสุข เงินมีพอบ้างไม่พอบ้างก็ถือเป็นรสชาดของชีวิต มีเงินก็เสพสุขด้วยกัน ไม่มีเงินก็ประหยัดด้วยกัน กินข้าวคลุกน้ำปลาด้วยกัน (แต่จะมีผู้หญิงคนไหน ที่จะเห็นด้วยกับเรื่องนี้มั้ยเนี้ย คงไม่มี 55)

ฉากที่สอง ฉากที่พระเอก เปิดสมุดเก็บความฝันของแฟน แล้วพบว่ามีบันทึกเรื่องราวการใช้ชีวิตกับตัวเขาอยู่ พร้อมกับลงท้ายว่า ขอบคุณที่ผจญภัยด้วยกันมา จากนี้ขอให้เธอออกผจญภัยต่อไปนะ (เนื้อหาคงผิดเพี้ยน) เหตุที่ชอบเพราะ แฟนของพระเอกให้น้ำหนักกับการใช้ชีวิตร่วมกับพระเอก สูงกว่าความฝันในชีวิตของตัวเองอีก ถือว่าเป็นความสุขที่สุดที่ต้องการในชีวิตแล้ว

ตรงนี้อยากฝากไปถึง คนที่ทำงาน เรียน หรือทุ่มเทอะไรหนักๆ อยู่ อยากให้ลองคิดว่าสุดท้ายแล้วเราทำสิ่งนี้เพื่ออะไร สุดท้าย ถ้าเราทำสิ่งพวกนี้สำเร็จแล้วเนี้ย ชีวิตเราจะถือว่ามีความสุขแล้วหรือ ส่วนตัวแท็ปใช้ชีวิตโดยคิดว่า การที่เราเกิดมามีเวลาคนละ 24 ชั่วโมงเนี้ย จุดมุ่งหมายคือเพื่อสร้างสรรค์ ความสุขให้แก่ชีวิตมากที่สุด ถ้าต้องทนกับความทุกข์แสนสาหัสในวันนี้ เพื่อความสุขในวันพรุ่งนี้ ไม่ใช่สไตล์แท็ปซักเท่าไหร่ ฝากไว้ด้วยแล้วกัน วันสุดท้ายที่เราประสบความสำเร็จ ถ้าไม่มีใครอยู่ข้างๆ คงไม่มีความหมายอะไรเลย

ชักออกทะเลแหะ

มาถึงจุดที่ไม่ชอบกันบ้าง

ไม่ชอบ

ช่วงที่ผจญภัยในป่า ไม่รู้ทำไม แต่ไม่สนุก

เรื่องไม่ชอบก็มีแค่นี้แหละ

อีกเรื่องนึงที่อยากเล่าถึง คือ ตอนนี้หลังจากดู Animation มาหลายเรื่อง แค่เห็นหน้าตาผู้ร้ายตอนต้นเรื่อง ก็รู้ละว่าผู้ร้ายชัวๆ หน้าตาบ่งบอกมากๆ เก่งจริงๆ สำหรับคนออกแบบตัวละคร

หมดเขตสปอยด์
  
สำหรับเรื่อง UP คงจบแค่นี้ มาถึงเรื่องต่อไป ที่เพิ่งไปดูมาสดๆ ร้อนๆ กันบ้าง

Departures

เรื่องนี้เป็นเจ้าของรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมในปีที่ผ่านมา

เป็นเรื่องราวของชายที่ผันตัวจากความฝัน การเป็นนักดนตรีเชลโล่ (ที่ไม่เก่ง) ไปสู่อาชีพคนทำศพ

ตอนที่จะไปดูก็คิดว่าหนังคงเป็น theme หม่นๆ เห็นเกี่ยวกับศพ เกี่ยวกับการทำศพ แต่พอดูมาแล้วไม่ใช่เลย ตัวหนังค่อนข้างดูสบาย ให้เนื้อหาเป็นตัวดึงอารมณ์ด้วยตัวมันเอง มีมุกตลกแฝงด้วยปะปราย ค่อนข้างชอบทีเดียว

จะเล่ายังไงดี เอาเป็นว่าเล่าถึงจุดที่โดนใจละกัน คือ อาชีพของพระเอกเนี้ย คือ อาชีพแต่งตัวแต่งหน้าศพก่อนจะนำลงโลง ซึ่งใครที่ไม่เคยเห็นพิธีนี้ ก็จะไม่เข้าใจ หาว่าทำมาหากินกับศพบ้าง งานสกปรกบ้าง แม้กระทั่งแฟนของพระเอกที่รักกันมากเองก็ตาม แต่สุดท้ายใครที่ได้เห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นศพญาติของตัวเองแล้วหละก็ จะต้องทราบซึ้งและขอบคุณสำหรับการทำศพนี้กันทุกคน เพราะเค้าจะแต่งศพให้ดูดีมากๆ ต่อหน้าญาติ โดยเริ่มไปตั้งแต่เช็ดตัวให้ศพ เปลี่ยนชุดสวยๆ ให้แก่ศพ (ทั้งหมดมีขั้นตอนการทำอย่างดี ไม่ให้เปิดเผยผิวกายศพ) ไปจนถึงการแต่งหน้า มันทำให้ศพดูเหมือนกลับมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งเพื่อให้ญาติๆ ได้บอกลาเป็นครั้งสุดท้าย

สาเหตุที่โดนใจจุดนี้ คือ ช่วงแรกที่พระเอกทำงาน โดนแรกกดดันจากคนรอบข้าง ทั้งแฟนที่รักกันมาก ไม่เข้าใจบังคับให้เลิก ถึงขั้นหนีไป เพื่อนที่มาพูดจากเหยียดหยันว่าให้เลือกอาชีพให้ดีๆ หน่อย แต่เขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำเป็นสิ่งที่ดี สิ่งที่ถูกต้อง เขาจึงยืนยันทำมันต่อไป และสุดท้ายก็ได้ แสดงให้ทุกๆ คนเห็นและเข้าใจ ชอบตรงจุดนี้จริงๆ

สำหรับเรื่องนี้ก็คงประมาณนี้หละกัน คงเชียร์ให้ไปดูกันเอง ที่โรงเครือ Apex

  

พอเขียนมาถึงจุดนี้อยู่ดีๆ ก็นึกได้ว่า จุดที่เราอธิบายว่าหนังสองเรื่องนี้เราชอบอะไรเนี้ย กลายเป็นความมันขัดกัน เรื่องนึงเราบอกว่าอย่าทำตามความฝันจนลืมคนรอบข้าง อีกเรื่องนึงเราบอกว่าให้มั่นใจและมั่นคง ถ้าคิดว่าทำสิ่งที่ดีที่ถูกแล้ว ไม่ต้องสนใจคนรอบข้าง

55 ก็แปลกดีนะ แต่นี่แหละชีวิตคน ไม่มีอะไรตายตัว สถานการณ์หนึ่งเราเลือกที่จะทำ จะตัดสินใจอย่างนึง อีกสถานการณ์หนึ่ง ที่มีบริบทเหมือนกัน เราอาจจะไม่ตัดสินใจเหมือนเดิมก็ได้ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้คนยังแตกต่างกับคอมพิวเตอร์อยู่นั่นเอง

วันนี้คงหมดแค่นี้แหละครับ สวัสดีครับ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s