ความพยายามอยู่ที่ไหน รถไฟใต้ดินอยู่ที่นั่น

วันนี้ระหว่างเดินไปขึ้นรถไฟใต้ดินกลับหอ หลังจากเสร็จจากฝึกงานเสร็จ สมองก็แว๊บตัวอย่างของเรื่องๆ นึงขึ้นมาได้ ระหว่างอยู่บนรถไฟก็เลยคิดต่อนิดหน่อย เห็นว่าเข้าท่าดีก็เลยเอามาเขียนให้อ่านกัน

ซักประมาณม.ปลาย แท็ปจะได้ยินแม่แท็ปพูดบ่อยๆ(ปัจจุบันก็ยังพูดอยู่บ้าง ถ้ารู้ว่าแท็ปพลาดอะไร) ว่า "ทำเต็มที่หรือยัง ถ้าทำเต็มที่แล้วผลจะเป็นไงก็ไม่ต้องเสียใจแล้วหละ" แต่เผอิญสมัยนั้นแท็ปเป็นคนทำอะไรไม่ค่อยเต็มที่ ไม่ค่อยสุดๆ กะอะไรซักเท่าไหร่ เขี่ยๆ อะไรหน่อย ซักพักเบื่อก็เลิกละ ก็เลยไม่ค่อยจะมีอะไรสำเร็จ ตอนนั้นก็คิดว่า "เออ เรามีสิทธิ์เสียใจได้นะ เพราะเราไม่ได้ทำเต็มที่" แต่ก็ไม่ได้เสียใจกับอะไรเท่าไหร่หรอก ก็จะให้เสียใจได้ไงหละ ในเมื่อไม่พยายามทำ ก็เห็นชัดอยู่ว่าไม่ได้คาดหวังอะไรกับมัน แล้วจะเสียใจได้ไง

ต่อมาพอมาอยู่มหาลัยฯ ก็เริ่มมีอะไรที่ทำเต็มที่มากขึ้น พอไม่สำเร็จ ไม่ได้อย่างที่ตั้งใจ ก็จะคิดมากหน่อยนึง แต่ซักพักเดี๋ยวก็หาย ส่วนนึงก็ได้เพราะคำพูดประโยคนั้นของแม่แหละ แต่พอลองมาคิดดูคำพูดประโยคนั้นเราก็จำมาแบบไม่ได้คิดตามหรอก ว่าทำไมหรอ ทำไมตั้งใจทำเต็มที่แล้วถึงไม่ต้องเสียใจหละ

ตัวอย่างข้างล่างนี้นอกจากเป็นการตอบคำถามตัวเองแล้ว อยากจะอธิบายให้คนที่มักจะเสียใจหนักๆ เวลาทำอะไรแล้วไม่สำเร็จ ได้อ่านด้วย เผื่อจะทำให้รู้สึกดีขึ้นบ้าง

คิดว่าทุกคนต้องเคยบ้างซักครั้งหนึ่งในชีวิต กับการเดินทางโดยใช้บริการรถไฟใต้ดินหรือBTS แล้วเมื่อคุณไปถึงชานชาลา รถขบวนนั้นกำลังออกพอดี คิดว่าคงมีความรู้สึกเซ็งอยู่ในใจกันบ้าง (นอกจากคุณไม่อยากรีบขึ้นเอง เช่น มากะแฟน) สำหรับผู้ที่รู้สึกเซ็ง คุณได้คิดต่อไปหรือไม่ว่าถ้าคุณรีบเดินมากว่านี้ อีกนิดเดียว คุณก็จะทันขึ้นรถขบวนนั้นพอดี
ถ้าทุกครั้งเลย ที่จะเดินไปขึ้นรถ คุณเดินด้วยสปีดความเร็วเต็มที่เท่าที่จะทำได้ เหตุการณ์ที่เกิดไปเมื่อกี้คงไม่เกิด แต่!!!! ในเหตุการณ์อื่นๆ มันก็เป็นไปได้ที่คุณเดินด้วยความเร็วเต็มที่แล้ว แล้วมาถึงรถออกไปพอดีเช่นกัน คุณควรจะเซ็งมั้ย? อยากจะบอกว่า ไม่หรอก
เพราะถ้าคุณเดินด้วยความเร็วที่ช้ากว่านี้ สบายๆ จริงอยู่ คุณอาจจะไม่ต้องเซ็งกับการเห็นรถออกจากชานชาลาไปต่อหน้าต่อตา แต่ถ้าคิดผลลัพธ์สุดท้ายแล้ว ยังไงก็ค่าเท่าเดิมอยู่ดี ยังไงคุณก็ได้โดยสารไปกับคันต่อไปอยู่ดี

คุณจะยอมแลกมั้ยหละ กับเพียงแค่ทนเห็นภาพรถออกจากชานชาลาบางครั้ง แต่กับบางครั้งคุณสามารถขึ้นรถได้เร็วขึ้น

แต่ผมก็ไม่ได้บอกให้คุณวิ่งมาที่ชานชาลาทุกครั้งที่คุณมาขึ้นรถนะ เพราะผมคิดว่าเป็นการลงทุนมากเกินไป แต่ถ้าคุณมีธุระด่วน รีบไปจริงๆ มันก็คุ้มที่จะเสี่ยงนะ

ถ้าในทุกๆสิ่งที่เราทำ เราทำอะไรแต่พอดี ทำอะไรให้เต็มที่ แต่ไม่เกินกำลังของเรา ถึงจะไม่ประสบความสำเร็จ อย่างน้อยโอกาสที่มันจะสำเร็จก็มีสูงกว่าที่เราไม่ได้พยายามหละ แล้วจะมีซักวันนึง ซักขบวนหนึ่ง ขบวนที่เราได้ไปขึ้นทันมันอย่างพอดิบพอดี

Advertisements

5 thoughts on “ความพยายามอยู่ที่ไหน รถไฟใต้ดินอยู่ที่นั่น

  1. AoNz

    ไม่ได้คุยกันหลายปีแร้ว เอ๊ย นานแร้ว  อืม บล็อกนี้พูดได้ดีตูชอบหว่ะ แอบมาเม้นให้  เห็นสเป๊ซว่างๆ ไม่เหมือนของตู เพียบ ว่างๆก้อไปเม้นให้ตู บ้างน๊า
    ตอนนี้ฝึกงานอยู่เด่วว่างๆจะโทรไปเม้าส์ด้วย @(^,’)@

    Reply
  2. Nuttanart

    อะไรว่าง อะไรเพียบว่ะ งงโทรมาได้ทุกเมื่อ (นอกเวลางานนะ)

    Reply
  3. AoNz

    ร้านที่ตูฝึกงานเป็นร้านซ่อม ที่พี่แกเขียนว่า รับซ่อมทุกอย่างที่มีอิเล็กตรอนไหลผ่าน  แร้วก้อรับงานด้านคอม รับเหมาติดตั้ง network
    รับจ้างเขียนโปรแกรมเชิงพาณิชน์ เขียน data base มีร้านขายมือถือด้วย  มีทั้งหมด สามร้าน

    Reply
  4. Music

    เขียนดีนะ
     
    ไม่มากไป ไม่น้อยไป
     
    ต้องพอดีๆๆๆ
     
    อิอิ
     
     

    Reply
  5. Nuttanart

    ตามเม้นท์กันทุกอันจิงจังเลยนะเนี้ย ขอบคุณมากๆ

    Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s