Cloverfield อ๊าก แหวะ เจ๋ง

ไม่ได้เข้าโรงหนังนานที่สุดในรอบปีเลยทีเดียว แต่พอกลับมาดูตารางแล้ว มันมีเรื่องน่าดูเยอะมาจริงๆ ต้องรีบเคลียร์ละ
ตอนแรกตั้งใจจะไปดู Eastern promises ที่ SF World แต่รถติดกลัวไปไม่ทันก็เลย ดูเรื่องนี้ก่อนละกัน
 
Cloverfield
 
ขออนุญาตสปอยด์รวมๆ อยู่ในเนื้อหาเลยละกัน ง่วงแล้ว มาแยกไม่ไหว
 
หากคุณไม่ได้ติดตามหนังแต่ละเรื่องอย่างใกล้ชิด หากคุณเป็นเพียงแค่คนที่ดูหนังเรื่องๆ หนึ่งแล้วจบไปไม่สนใจ ดูเรื่องนี้จบก็คงพูดว่า "หนังห่วยอะ" แล้วก็บ่นๆ เรื่องเวียนหัว อ๊วกๆ ไรงี้ แล้วก็จบไป (อาจจะมีไปแนะนำคนที่จะไปดูว่าอย่าไปดูเลย) แต่ถามได้ตามจริงๆ แล้ว หนังเรื่องนี้มีอะไรมากกว่านั้น
 
ปกติแล้วแท็ปจะไม่ค่อยให้ตัวเองรู้เกี่ยวกับหนังที่ยังไม่ดูมากนัก เพราะกลัวเสียอรรถรสไป การตัดสินใจไปดูหนังเรื่องหนึ่งๆ ก็จะฟังเสียงชาวพันทิพย์ซะเป็นส่วนมาก (และก็ไม่เคยผิดหวัง) จนหลายๆ ครั้งที่ชวนเพื่อนไปดูหนังแล้วมันถามว่าเกี่ยวกับอะไร ก็ตอบมันไปว่าไม่รู้ พวกมันก็งงๆกันว่า ไปดูทั้งที่ไม่รู้ว่าเป็นยังไงเลยเนี้ยอะนะ ถูกกกก รู้แค่ว่ามันดีก็พอ หนังแนวไหนดูได้หมด
 
กะเรื่องนี้เข้าไปดูโดยรู้เพียงว่าสัตว์ประหลาดบุก ใช้เทคนิคถ่ายแบบเหมือนกับคนถ่ายไปอยู่ในเหตุการณ์จริง ถือกล้องแฮนเฮลด์ ภาพก็จะส่ายทั้งเรื่อง เตรียมตัวทำใจไว้ให้ดี (พอไปดูแล้ว ก็คิดในใจ กูยังถ่ายได้นิ่งกว่ามึงเลย จะส่ายไปไหน) รู้แค่นี้เอง
 
ระหว่างดู ชอบอะ หนุกดีนะ แต่ก็มีแอบคลื่นๆ ไส้เหมือนกัน (รู้สึกเหมือนเวลาเมารถ แต่ไม่ปวดหัวอะ) เนื้อหานอกจากการพยายามเสนอความรู้สึกของคนในเหตุการณ์ให้สมจริงแล้ว(กลางๆเรื่องมีช่วงกล้องไม่สายให้พักด้วยนะ ก็ทำเนื้อหาประมาณตัวละครพักเเหมือนกัน) ก็มีเนื้อหาเรื่องความรัก และยังแอบสอดแทรกมุขตลกเข้าไปอยู่บ้าง (หลังๆ นี้ ขาดไม่ได้เลยส่วนประกอบที่ทำให้หนังประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเป็นหนังแนวใดก็ตาม) อารมณ์ประมาณสัตว์ประหลาดก็ถล่มเมืองไป ตัวละครก็หนีตายกันไป แต่คนดูนั่งขำ 555 แล้วหนังยังเล่นกับอารมณ์ของคนดูอีกหลายๆ จุด เช่น จะรอดแล้วก็ไม่รอด ไอ่เราก็วางใจแล้วอยู่ดีๆ ก็ อ๊าก (รู้สีกได้เลยว่า ถ้าถ่ายทำแบบกล้องนิ่งปกติ ในหลายๆฉากจะไม่ตื่นเต้น ไม่ได้อารมณ์ขนาดนี้เลย)
 
ดูออกมา ตอนแรกตั้งใจว่าจะมาเขียน space โดยตั้งชื่อ topic ว่า "หนังดี ที่ไม่แนะนำให้ไปดู" แต่ช้าก่อนเปลี่ยนใจแล้ว หลังจากกลับมาแล้วเปิดดูข้อมูลต่างๆ (ติดใจจากในหนังซึ่งมีปมประเด็นที่ไม่ได้เฉลยเยอะมาก เช่น สัตว์ประหลาดมาจากไหน ตายมั้ย ฯลฯ)
 
หลังจากอ่านข้อมูลต่างๆใน internet ก็พบว่า ผู้สร้างหนังได้เตรียม sidestory ของหนังไว้เยอะมากๆ คือ นอกจากที่ตัวหนังใช้การ present แบบhandheld ให้ผู้ดูรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงแล้ว นอกจอยังสร้างข้อมูลต่างๆ ขึ้นมา ผสานโลกแห่งความจริงเข้าไป เพื่อหลอกให้คนอย่างแท็ปอึ้งต่อไปได้อีก โดยมีข้อมูลต่างๆ มากมาย เช่น เว็บไซต์สินค้าของบริษัทที่พระเอกกำลังจะย้ายไปทำงาน ข่าวแท่นขุดเจาะนำมันถล่ม ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกับบริษัทที่พระเอกจะย้ายไปทำงาน (ทำคลิปเป็นข่าว แท่นถล่ม ลง youtube เป็นภาษาสเปนกะอิตาลีเลย คิดดูว่าแท่นถล่มก็ต้องทำ CG อีก) ยังมีการทำ myspace ของตัวละครหลักๆของเรื่อง โดยแต่ละตัวมา comment กันด้วย แถม comment ในวันเวลาต่างๆ กัน ซึ่งเวลาเป็นเวลาก่อนเกิดเหตุการณ์ในเรื่อง ซึ่งคิดดูว่ามันต้องใช้การเตรียมการและวางแผนขนาดไหน
 
โดย sidestory เท่าที่อ่านผ่านๆ จับความได้ว่าบริษัทที่พระเอกจะย้ายไปทำงานเนี้ย มีความเกี่ยวข้องกับสัตว์ประหลาดในเรื่องอยู่ เพราะมันมีประเด็นของตัวละครในเรื่องที่โดนสัตว์ประหลาดกัด แล้วซักพักตัวระเบิดอยู่ ซึ่งเค้าว่าเกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มที่บริษัทพระเอกจำหน่าย ฯลฯ แถมบริเวณที่แท่นน้ำมันถล่มเนี้ย ยังอยู่ใกล้กับเกาะในซีรีสที่ฉายทาง UBC เรื่อง Lost อีกแหนะ(ผู้กำกับหรือผู้สร้างคนเดียวกันนี่แหละ ซักอย่าง) เป็นไปได้ว่าอาจจะเชื่อมโยงให้มันเป็นสัตว์ประหลาดตัวเดียวกัน (Lost ยังไม่รู้ว่าสัตว์ประหลาดคืออะไรเลย) 
 
ประเด็นหลักที่ต้องการให้เห็นคือ idea idea ของผู้สร้างหนังเรื่องนี้ ตั้งแต่เริ่มทำการตลาดปล่อยข้อมูลต่างๆ ออกมาก่อนเกือบปี trailer ที่ไม่ให้เห็นตัวสัตว์ประหลาด เป็นการเล่นกับความอยากรู้สึกเห็นของคน การทำ sidestory เยอะแยะมากมาย ให้แกะรอยตามประเด็นต่างๆ กัน (สุดท้ายก็อาจจะไม่มีคำตอบเพื่อโยงไปถึงภาคต่อไป หากมีการทำภาคต่อ) อาจจะมีข้อจำกัดอยู่ที่ว่าปัจจุบัน internet ยังไม่ได้เป็นที่นิยมในวงกว้างเพียงพอที่จะปั่นกระแสของคนทั้งโลกขึ้นมาได้ ลองนึกภาพหาก sidestory ส่วนนี้เปลี่ยนไปลงที่ ไทยรัฐ เดลินิวส์ แทนคงจะดังไม่น้อย
 
คือ อยากให้ทุกคนเห็นว่า นี่เค้าไม่ได้สร้างอะไรที่เกินกว่ากำลังความสามารถของเทคโนโลยีหรือวิทยาการความก้าวหน้าในปัจจุบันสามารถทำได้เลย (ทุกอย่างสมองล้วนๆ) แต่เค้าก็สามารถสร้างสรรค์การตลาดแบบใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาดได้ ใครที่ปัจจุบันมีความคิดประมาณว่า "มันก็ทำได้แค่นี้แหละ เราไม่สามารถทำอะไรไปได้มากกว่านี้แล้ว" "แค่เราจะทำอะไรได้ ถ้ามันทำได้จริงคงมีคนทำไปแล้วหละ" ฯลฯ คุณกำลังดูถูกตัวของคุณเองอยู่ ลองกล้าคิดให้นอกกรอบ แล้วตกผลึกสิ่งนั้นๆ มาทำดู คุณอาจจะได้ทำสิ่งอะไรแปลกใหม่ง่ายๆ ไม่เคยมีบนโลก ซึ่งทำให้คนที่รู้หงายหลัง พร้อมอุทานออกมาว่าคิดได้ยังไง ออกมาก็ได้ 
 
เค้าทำได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้
 
ปล. คนแสดงเป็นแฟนพระเอก(ไม่น่าเรียกว่านางเอกมั้ง คือ บทไม่ค่อยเยอะอะ)สวยดี ชอบๆ
 

   1-18-08_00   1-18-08_01   odette_yustman_1

 

Advertisements

4 thoughts on “Cloverfield อ๊าก แหวะ เจ๋ง

  1. ณัฐฌาวลัย

    อืม!! ถ้าจะดูหนังเรื่องนี้เราต้องพกยาดมไปด้วยมั้ยเนี่ย??? เพื่อเวียนหัวจัด!!

    Reply
  2. Nuttanart

    ตกใจ มีคนไม่รู้จักมาคอมเมนต์
     
    ตอบ>>>ปกติแท็ปไม่ดมยาดมอะ ถ้ามันแก้เวียนหัวได้เอาไปด้วยก็ดี แต่ดีที่สุดเลย เอาถูงพลาสติกไปด้วย ^^

    Reply
  3. Rutz

    ยังไม่ได้ไปดูนะ -*- แต่รู้อะไรเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้พอสมควรจริงๆแอบตามหนังเรื่องนี้มาตั้งกะมันยังไม่มี(หรือไม่ประกาศ)ชื่อจริง -*- รู้สึกว่าน่าสนใจดีเทรลเลอร์ที่ดูแปลก และทำให้คิดว่าสัตว์ประหลาดมันจะหน้าตาเหมือนมามี้โปโกะ (กูคิดคนเดียวมั้ง)ภาพข่าวที่เห็น ถ้าไม่รู้มาก่อนก็คงโดนหลอกเหมือน(ฝรั่ง)หลายๆคน แต่ไม่ยักกะรู้ว่ามี myspace ด้วย เหอๆคิดว่าเขากล้านะ ที่จะสื่อหนังออกมาในรูปแบบนี้ เสี่ยงที่จะถูกคนดูไม่ชอบมากมายถ้าไม่เจ๋งจริงจากการอ่านๆ(บอกแล้ว ยังไม่ได้ดู) คิดว่ามุมกล้องที่เปลี่ยนไปในหนังแต่ละฉากนั้นมันมีเหตุผลไม่ใช่ว่าจะส่ายก็ส่ายมั่วไปมั่วมา มัน(น่าจะ)มีจังหวะที่ถูกวางแผนมาอย่างดีแล้วที่ให้เป็นอย่างนั้นอ้อ การทำพวก CG บนภาพอย่างนั้น คงจะเหนื่อยกว่าทำธรรมดาด้วยหล่ะมั้ง (เดาเอานะ)ส่วนตัวแอบผิดหวังนิดหน่อยที่เนื้อหาออกมาเป็นแบบนั้น (ทำยังกะดูมาแล้วงั้นอะ)แต่คิดว่าสิ่งที่หนังเรื่องนี้ให้ คงไม่ใช่แค่เนื้อหาน่าสนใจเพียงอย่างเดียว…อยากไปดูนะ แต่ไม่รู้จะได้ไปดูรึเปล่า เหอๆ… (-*-)

    Reply
  4. Nuttanart

    หลายครั้งๆ ก็เป็นการส่ายกล้องที่มีเหตุผล ยอมรับได้ คิดว่าเค้าคงคิดมามากแหละ แต่จุดที่รู้สึกว่ามันเวอร์ คือ ตอนต้นเรื่องหนะสิ มันยังไม่เกิดเรื่องอะไรเลย เป็นการถ่าย vdo ธรรมดาทั่วไปเนี้ย โตๆกันแล้วก็น่าจะรู้กันว่าเวลาถ่าย vdo อะ ควรจะนิ่งแค่ไหน ไม่นิ่งผลจะเป็นไง (แต่ก็นั่นแหละรู้สึกว่าไอ่ตากล้องมันคงไม่เคยถ่ายมาก่อนแหละ แล้วก็มันก็ดูบ๊องๆด้วย)

    Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s