3 Nations 3 types by 1 man

กลับมาทำหน้าที่อีกแล้วๆ ถึงแม้จะอยู่ในฤดูการสอบก็ไม่วาย น่าตีจริงๆ เอาเหอะๆ ช่างมัน มันไม่ใช่ประเด็นของtopicนี้(เปลี่ยนเรื่องซะงั้น) ก็นั่นแหละ ไปดูมาสามเรื่อง สามรส สามแนว ต่อไปนี้
 
เรื่องแรก ก็ Paris, Je t’amie
(ปารีส เฌอ แตม)
 
ไปดูวันแรกเลยเหอะ 17.30 กะไอ่กันต์ มันอยากรีบๆ ดู จะได้ไปอ่านหนังสือสอบ ก็เลยเอาก็เอา(ไม่งั้นจะไปดูรอบเช้าวันเสาร์ 80 บาท ^^)
 
ปกติแล้วเวลาเราไปดูหนัง มันก็จะมีช่วงพีคบ้าง ช่วงพักบ้างตามเรื่องตามราวใช่ป่ะ แต่เรื่องนี้ใครยังไม่รู้ ก็บอกว่าไว้ก่อนว่าเป็นหนังสั้นขนาดตอนละประมาณ 5 นาที(เค้าว่าอย่างงั้น) 18 เรื่อง 20 ผู้กำกับ นักแสดงอีกนับไม่ถ้วน ต่างคนต่างอิสระในการที่จะให้ part ที่ตัวเองรับผิดชอบเป็นไปอย่างที่ต้องการได้อย่างเต็มที่โดยมีโจทย์ร่วมคือ Paris และ ความรัก ทำให้หนังเรื่องนี้ เราไม่มีเวลาที่จะพักเลย ต้อง active และมีสมาธิกับมันมาก เพราะมาเร็วไปเร็วมาก อารมณ์ประมาณ MV อะ แต่หลายๆ เรื่องก็รู้สึกว่าเวลาเพียงแค่นั้นก็เพียงพอแล้วกับคุณค่าที่ได้รับ ไม่เขียนถึงแต่ละตอนละกันนะ ไม่ไหวเยอะเกิน ใครอยากอ่านก็ตามลิงค์ข้างล่างไปละกัน (เป็นคนวิจารณ์หนังที่แท็ปชอบและเชื่อถือคนนึง)
 
 
ถึงแม้ว่าบางตอนจะออกมาแบบว่าจบแล้วหรอ หรือบางตอนจะออกมาแบบ what is a point? แต่ก็มีหลายๆ ตอนที่ชอบมากๆ เหมือนกัน ชอบสุดก็คงเป็นตอนคนตาบอดอะนะ อยากให้ไปดูกันนะ แล้วมาคุยกันๆ ยังอยากไปดูอีกรอบเลย รู้สึกว่าเก็บมาไม่หมด ชอบๆ ไปดูมากันเหอะ นะๆ
 
 
 
 
เรื่องที่สอง Harry Potter and the Order of the Phoenix
 
เรื่องนี้ไปดูวันต่อมาเลย กะ 4 สาวแหนะ ลูกสาว บอม เพื่อน และเบสท์
 
ตอนแรกเรื่องนี้ไม่ค่อยอยากดูเท่าไหร่ เพราะมีความรู้สึกว่าต้องไปดู (งงป่ะเนี้ย ก็ไม่อยากไปดูเพราะว่าต้องไปดูอะ เออ ยิ่งอธิบายยิ่งงง ช่างมันเหอะ) แต่สุดท้ายก็ไปดูจนได้ เข้าไปในโรงแบบไม่คาดหวังอะไร เพราะหนังสือยาวเฟื้อยเหลือหนังสองชม.กว่าคงคาดหวังอะไรไม่ได้หรอก (จริงๆ หนังเค้าproductionก็สุดยอดนะ แต่ก็คิดว่ามันเป็นงี้อยู่แล้ว ก็เลยไม่รู้สึกอะไรอีกนั่นแหละ โอ้ยมึนๆ ป่ะเนี้ย เขียนงงๆ นะ)
 
เรื่องนี้ก็ไม่เล่ารายละเอียดอีกละกัน เพราะก็คงอ่านหนังสือกันทั่วบ้านทั่วเมือง ถึงไม่อ่านหนังสือ ก็คงโดนเพื่อนลากไปดูบ้างหละ(อย่าบอกใครนะว่าเป็นข้ออ้างหาเรื่องอู้)
 
ดูจบมาแล้ว ก็เออดีแหะ ok เลยแหละ คงเป็นเพราะไม่ได้คาดหวังอะไร ก็เลย เอ่อผ่าน แต่ก็แอบตะหงิดๆ ใจอยู่ว่าคนไม่เคยอ่านหนังสือจะรู้เรื่องมั้ยเนี้ย คือ แต่ละฉากนี่ไม่อธิบายกันเลย (แต่ถามม่าม้าละวันนี้ ม้าบอกว่าคนที่เค้าไม่ได้อ่านเค้าก็จะรู้สึกไง สรุปว่าเออผ่าน) okแหละ กะเรื่องนี้
 
ปล. ชอบ ลูน่า เลิฟกู๊ดอะ
ปล2. ชอบ family tree ตระกูล Black มากเลย ขำดี เลื้อยซะ
 
 
 
 
 
เรื่องสุดท้ายละ (เหนื่อยวุ้ย) Renaissance
 
 
หลายๆคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อมัน ก็เป็น animation ขาวดำ (ทั้งเรื่อง) ซึ่งดูภาพจาก trailer แล้วสวยมากๆ ผลิตโดย Miramax ของทาง U.K. เค้าอะ(คิดไม่ออกเลยแฮะว่าเคยดู animation mไม่ใช่ทาง U.S. เรื่องอื่นทางจอเงินหรือเปล่า) ฉายในงาน Bangkok film festival 2007 ที่ SF World – Central World อะนะ มีสองรอบเอง ก็เลยไปดูทั้งๆที่อยู่ระหว่างช่วงสอบเลย วันรุ่งขึ้นสอบ OS เลยคิดว่าน่าจะพอไหว
 
เรื่องนี้ก็มีข้ออ้างในการที่จะไม่เล่าเรื่องอยู่ว่า "ดูไม่รู้เรื่องคับ" ม่ายมี sub ซัด ENG อย่างเดียว บางฉากมี French ด้วยคับพี่น้อง ขนาด keyword ของเรื่องอะ เป็นคำๆ นึง ได้ยินว่า อิม-โม-แทล-ลิ-ตี้ ฟังออกนะ แต่ไม่รู้ว่าแปลว่าได้ ตอนจบแล้วก็เลยหันไปถามรุจกะเหม็นว่า มันแปลว่าอะไรว๊ะก็เลยถึงบางอ้อ อะ ไหนๆ ก็ไม่รู้ว่าคนอื่นจะมีโอกาสได้ดูเรื่องนี้กันป่าว ก็ ไหนๆ ก็ไหนๆ ละก็จะเล่าเท่าที่จับเนื้อความได้ละกัน
 
 
 
Alert spoiling >>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> 
เรื่องก็ประมาณว่ามีหมอหญิงคนหนึ่งที่เก่งมากๆ ถูกลักพาตัวไป พระเอกซึ่งเป็นตำรวจ(หรือหน่วยปราบปราม หน่วยพิเศษ ประมาณนี้แหละ) ก็รับคดีมาแล้วก็สืบๆ ไป ก็พบว่าเรื่องเนี้ยเกี่ยวข้องกับบริษัททางด้านความงาม ซึ่งทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศเข้า
 
โดยบริษัทเนี้ย อยากได้ตัวผู้หญิงคนนี้เพราะเธอมีความรู้เรื่องการวิจัยเกี่ยวกับความเป็นอมตะอะ แต่ที่ผู้หญิงคนนี้หายไป ไม่ได้ถูกบริษัทนี้ลักพาตัวไป?? แต่กลับเป็นหมอที่เป็นคนเคยทดลองเรื่องนี้แล้วเกินอันตรายมีเด็กที่เข้ารับการทดลองตาย ทำให้เค้าไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้ไปทำการทดลองนี้
 
ตอนท้ายเรื่องมีจุดหักมุมเท่มาก พระเอกซึ่งสัญญากับพี่ของคนถูกลักพาตัว(สืบไปสืบมาชอบกันซะงั้น) ว่าจะกลับมาพร้อมกับน้องสาวของเธอด้วย แต่แล้วเรื่องมันก็มาหักมุมตรงที่เขาต้องจำใจยิงหมอผู้ถูกลักพาตัวไปนั้นทิ้ง เพราะเธอเลือกที่จะไปทำการทดลองอันตรายนั้น แต่เค้าก็กลับไปบอกกับพี่สาวของเธอว่าน้องสาวเธอจงใจหายตัวไปเพื่อจะได้ไม่ถูกตามล่า (ตอแหลสิ้นดี) ขอให้เธอจงภูมิใจกับสิ่งที่น้องเธอทำเถอะ (ซะงั้น) ถึงแม้มันจะแปลกๆ แต่แท็ปรู้สึกว่าชอบแฮะ หนังไทยคงไม่ทำให้พระเอกเป็นไอ่ขี้โกหกอย่างงี้แน่นอน
<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<spoiled
 
 
 
ถึงแม้จะดูไม่รู้เรื่อง 100% แต่แค่ภาพ ภาพเท่านั้นก็คุ้มค่าแล้ว สวยมากกกกกก คิดอยู่กะไอ่เหม็นว่า ทำไมมันไม่ทำสีฟ่ะ คือ เค้าสามารถใช้สองสี แต่ทำให้เราเห็นมิติ แสงเงาชัดเจนมาก(ถึงแม้บางทีจะแยกตัวละครไม่ค่อยออกบ้างก็ตาม) แต่กับฉากเมือง Paris ในอีก 50 ปีข้างหน้านั้นหนะ บอกได้คำเดียวว่า สุดยอดดดดดดดดดดด
 
 
 
 
กินเวลาไม่ใช่เล่นแฮะ ก็เล่นดองไว้นานนี่หน่า เอาละๆ สำหรับโปรแกรมหน้า คิดว่าน่าจะเป็น Ratatouille หละ แล้วก็มีคน บอกว่า Hula girls ดีมาก ถ้ามีโอกาสก็จะไปดูละกัน บ้ายบายคับ สำหรับ topicนี้
 
 

Advertisements

One thought on “3 Nations 3 types by 1 man

  1. Rutz

    ถ้า Renaissance ทำเป็นสี บางทีแกอาจจะไม่ได้ไปดูก้อได้นะ… 555+ 

    Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s