Meet the Robinsons

เมื่อวานนี้ก็ไปดูหนังอีกเรื่องอีกแล้ว เหลือหนังในตารางสองเรื่องที่คิดว่าจะไปดูแล้วยังไม่ได้ไปดู คือ Meet the Robinsons กับ Black book เลยโทรไปเช็คที่ Lido ว่าวันเนี้ย Black book ยังอยู่ป่าว(เพราะโปรแกรมหนังปกติจะเปลี่ยนทุกวันพฤหัสฯ) ก็ได้คำตอบมาว่าอยู่ถึง 30 เลยคับ ก็เลย ไปดู Meet the Robinsons MBK 21.10 80 บาท ดีกว่า กลัวมันออกด้วยแหละ
 
ก็ได้ดูที่โรง 7 อะนะ คนน้อยมาก(ในใจคิดว่าพรุ่งนี้ออกชัว เออ ไปเช็คดูดีกว่าว่าออกยัง เอ้อ ยังไม่ออกแฮะเหลืออีกรอบนึง)
 
เข้าเรื่องๆ
 
เป็นเรื่องราวของ ลูอิส เด็กกำพร้าคนหนึ่ง ซึ่งมีหัวสมองที่ปราดเปรื่องมักจะประดิษฐ์อุปกรณ์แปลกๆ ใหม่ๆ เสมอๆ(แต่มักจะใช้การไม่ได้) แต่ด้วยความฉลาดนี้เอง ทำให้ไม่มีคนยอมรับเลี้ยงเขาเป็นลูกบุญธรรม(เพราะรู้สึกว่าไม่เหมือนเด็กปกติ) ทำให้เขาคิดสร้างอุปกรณ์scanความทรงจำในสมอง เพื่อจะได้เห็นแม่เขาแล้วเขาจะได้ไปหา แต่แล้วก็เกิดอุปสรรคนิดหน่อย ทำให้เขาได้ไปยังโลกอนาคต และได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย
 
อยากจะบอกว่าภาพสวยมากกกกกก บางฉากคิดว่าเป็นตึกจริงๆ เลย และอย่างที่มีคนบอกเรื่องนี้สนุกกว่าที่ trailer แสดงให้เราเห็นประมาณ 100 เท่า ตอนแรกแท็ปก็แอบเบื่อๆ เหมือนกัน บวกกับคนดูน้อยโรงเลยเย็นมาก แย่ๆ แต่ดูไปๆ ยิ่งสนุก เนื้อเรื่องเข้มข้นเลยหละ มีการตัดไปอดีต อนาคต แล้วมาคลายปมตอนจบอย่างสมบูรณ์ด้วย
 
 
ใครจะไปดูเองห้ามอ่านข้างล่างนี้
 
 
 
 
พอไปโลกอนาคตแล้วลูอิสได้พบกับครอบครัวของคนที่พาเขาไป(the Robinsons)และเข้าใจในตัวของลูอิส(ครอบครัวนี้เห็นการประดิษฐ์อุปกรณ์แล้วพังเป็นสิ่งที่ดี) ทำให้ลูอิสอยากอยู่กับครอบครับนี้ แต่พอthe Robinsons รู้ว่าลูอิสมาจากอนาคตก็เลยพยายามบอกให้ลูอิสกลับไปที่โลกของตัวเอง สรุปก็คือ ลูอิสเป็นพ่อของคนที่พาเขามาโลกอนาคตนั่นเอง และตัวเขาในอนาคตนี่เองที่เป็นแกนหลักของthe Robinsons
 
 
 
 
สิ้นสุดเขตอันตราย
 
 
 
เรื่องอย่างเงี้ยเหมาะที่จะพาเด็กไปดูที่สุด แท็ปมั่นใจว่าเด็กๆ จะได้ข้อคิดอะไรมากมายจากเรื่องนี้ ไม่ใช่พาเด็กไปดู Pan’s Labrinth หรือ Hannibal –" ถ้าพาเด็กไปดูก็คงต้องเตรียมตัวตอบคำถามหน่อยเพราะเนื้อเรื่องอาจจะซับซ้อนไปหน่อยสำหรับเด็ก แต่ได้อะไรเยอะน้า
 
 
การที่เราไม่ถูกเลือก ไม่ใช่เราไม่มีคุณค่า ทุกคนมีคุณค่าอยู่ในตัวเอง ไม่ใช่ว่าเราไม่ดี แต่ไม่มีใครเหมาะสมเท่านั้นเอง
 
 
เราไม่สามารถกลับไปแก้ไขอดีตได้ สิ่งที่เราทำได้คือ ยอมรับมัน และก้าวเดินต่อไปด้วยความพยายาม มุ่งมั่น และจงมั่นใจ
"เราทำได้"   "Keep moving forward"
 
 
ปล. เป็นการเขียนblogโดยไม่ได้ใช้ลูกสาวเป็นครั้งแรกนะเนี้ย (อัพที่ห้องคอมคณะ)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s